ฮาโกเนะ (Hakone) เป็นแหล่งออนเซ็นที่สามารถเดินทางมาจากโตเกียวได้โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติและพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับยอดนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและญี่ปุ่น ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแผนเที่ยวฮาโกเนที่สามารถทำได้ง่ายๆภายใน 1 วันกัน

บทความโดย MATCHA

8.00〜 ออกเดินทางจากโตเกียว

การเดินทางจากโตเกียว ตั้งต้นที่สถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟ Odakyu Romance Car ลงที่สถานี Hakone-Yumoto ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที สามารถใช้พาส Hakone Free Pass ได้ตลอดการเดินทาง ดูรายละเอียด >> ที่นี่

01-romancecar_20151015

10.00〜 เดินเล่นแถวสถานี Hakone-Yumoto

เมื่อเดินทางถึงปลายทางที่สถานี Hakone-Yumoto แนะนำให้ลองเดินเล่นรอบสถานี ก่อนที่จะขึ้นรถรางต่อเข้าไปยังอุทยาน ด้านหน้าสถานีรถไฟเป็นที่ตั้งของถนนร้านค้าที่เรียงรายไปด้วยร้านจำหน่ายของฝากท้องถิ่นและอาหารแบบเดินไปกินไปมากมาย

02-hakoneyumoto_spot_20160521_03

จากสถานีรถไฟให้เดินตรงไปเรื่อยๆก็จะพบกับสะพานสีแดงที่เรียกว่า อาจิไซบาชิ หรือสะพานดอกไฮเดรนเยีย ซึ่งมีแม่น้ำไหลเอื่อยอยู่ใต้สะพาน เนื่องจากบางครั้งก็สามารถลงไปถึงริมตลิ่งได้ เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮาโกเนะได้อย่างเต็มที่

03-hakoneyumoto_spot_20160521_05

04-hakoneyumoto_spot_20160521_011


11.00〜 ชมผลงานศิลปะกลางแจ้งที่ Hakone Open-Air Museum

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเนะ (Hakone Open-Air Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเพลิดเพลินกับผลงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สไตล์เปิดโล่งโปร่งสบายได้ โดยจะเป็นการจัดแสดงผลงานมากมายภายในพื้นที่กว้างกลางแจ้ง ที่สร้างสรรค์ออกมาได้กลมกลืนกับธรรมชาติ เนื่องจากที่นี่ไม่มีกฎระเบียบและเวลาจำกัดในการชมอะไร เราจึงสามารถดื่มด่ำกับผลงานศิลปะที่ถูกใจได้อย่างชิลล์ๆ

การเดินทาง จากสถานี Hakone-Yumoto ขึ้นรถราง Hakone Tozan ลงที่สถานี Chukokuno-mori ใช้เวลา 37 นาที และเดินต่ออีก 2 นาที
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม: ทั่วไป 1,600 เยน / นักศึกษามหาลัย-นักเรียนมัธยมปลาย 1,200 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-เด็กประถม 800 เยน
เว็บไซต์: Hakone Open Air Museum

05-choukokunomori_hakone_20160521_2061-1024x682

ตึกปิกัสโซ่ ได้รวบรวมผลงานของปิกัสโซ่ผู้มีชื่อเสียง ที่แกลลอรี่หลักมีการจัดแสดงงานนิทรรศการต่างๆ

choukokunomori_hakone_20160521_212

หากเหนื่อยกับการเดินชมด้านในกันแล้ว มาพักเหนื่อยกันโดยแช่ออนเซนเท้ากันได้

choukokunomori_hakone_20160521_211


14.00〜 แวะสักการะขอพรที่วัดโจอันจิ เดินเล่นรอบทุ่งหญ้าสุสุกิที่เซ็งโกคุฮาระ

วัดโจอันจิ (Choanji) ที่วัดแห่งนี้นี่มีใบไม้เปลี่ยนสีที่แสนสวยงามให้ชม พร้อมกับพระพุทธรูปหินที่เรียกว่า โกะเฮียคุระคังที่เป็นตัวแทนของสาวก 500 ตน ที่รับใช้พระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ ในปัจจุบันก็ยังคงทำรูปปั้นหินขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ

การเดินทาง จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถ Hakone Tozan Bus ลงที่ป้าย Sengoku ใช้เวลา 25 นาที (ดาวโหลดเส้นทางวิ่งของรถบัส >> ที่นี่)

06-20151117_hakone_3-700x462

08-20151117_hakone_5-700x525

09-20151117_hakone_10-700x463

เซ็งโกคุฮาระ (Sengokuhara)  แต่เดิมแล้วเคยเป็นทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟรูปกระจาดมาก่อนในอดีต โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่องที่ราบน้ำขัง ทุ่งหญ้า และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ในปัจจุบันกลายเป็นโซนที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติและศิลปะได้ในแห่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วฮาโกเนะกลาสโนะโมริ (Hakone Glass no Mori) และ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโพล่า (Pola Museum of Art)

การเดินทาง จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถ Hakone Tozan Bus ลงที่ป้าย Sengoku-Kogen ใช้เวลา 30 นาที (หรือนั่งต่อจากป้าย Sengoku ใช้เวลา 5 นาที)

10-20151117_hakone_12-700x462

ที่ราบสูงเซ็งโกคุ เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามของ ทุ่งหญ้าสุสุกิ ตลอดทั้งปี เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง หญ้าซูซูกิก็จะกลายเป็นสีเหลืองทองเปล่งประกายรับแสงอาทิตย์งดงามมาก ที่ราบสูงเซ็งโกคุมีการตัดทางเดินเอาไว้เป็นอย่างดี เราจึงสามารถเดินชมความงดงามของทุ่งหญ้าซูซูกิที่พริ้วไหวไปตามแรงลมได้แบบ 360 องศาอย่างสบายๆ บอกเลยว่าเป็นทัศนียภาพที่ไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนในโลกเลยล่ะค่ะ

11-20151117_hakone_16-700x466


16.00〜 สัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟอย่างใกล้ชิดที่โอวาคุดานิ

โอวาคุดานิ (Owakudani) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟที่ยังคงปะทุอยู่ในปัจจุบันได้ บริเวณโดยรอบอบอวลไปด้วยควันสีขาวเต็มไปหมด ด้วยทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้ถูกเรียกกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะว่า จิโกกุดานิ หรือ หุบเขานรกนั่นเอง

การเดินทาง ขึ้นกระเช้า Cable car ลงที่สถานี Owakudani (ถ้ามาจาก Hakone-Yumoto ให้เปลี่ยนมาขึ้นกระเช้าที่สถานี Gora ส่วนถ้ามาจากทาง Sengoku-Kogen ให้มาขึ้นกระเช้าที่สถานี Togendai)

12-hakone_area_04

นอกจากนี้ ที่โอวาคุดานิแห่งนี้ก็ยังมีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่าง Kuro-tamago หรือ ไข่ดำ โดยเป็นไข่ที่เปลือกทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจนกลายเป็นสีดำเหลังจากถูกลงนำลงไปต้มในออนเซ็น โดยผู้คนเชื่อกันว่าถ้าเกิดทาน 1 ฟองจะมีอายุยืนยาวขึ้น 7 ปีเลยทีเดียว จึงนับเป็นเมนูท้องถิ่นที่ต้องลิ้มลองกันให้ได้สักครั้ง

13-hakone_area_07

14-hakone_area_08


17.00〜 ล่องเรือสำราญชมทะเลสาบอาชิ + เที่ยวศาลเจ้าฮาโกเนะ

ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) เป็นทะเลสาบที่เกิดมาจากการปะทุของภูเขาไฟในอดีต ด้วยความยาวกว่า 21 กิโลเมตร จึงทำให้ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในจ.คะนะงะวะ

การเดินทาง ขึ้นกระเช้า Cable car ลงที่สถานี Togendai

15-hakone_area_09

เรือสำราญที่จำลองมาจากเรือโจรสลัดที่ล่องบนทะเลสาบอาชิแห่งนี้วิ่งให้บริการไป-กลับแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย Tōgendai, Hakone-machi และ Motohakone โดยเราสามารถชมทัศนียภาพของภูเขาฮาโกเนะที่สะท้อนเงาลงบนผิวทะเลสาบได้จากบนเรือสำราญ

16-hakone_area_10

ตรงมุมหนึ่งของทะเลสาบเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone jinja) โดยมีไฮไลท์อยู่ที่เสาโทริอิขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาบนี่แหละ เนื่องจากที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปขึ้นชื่อ จึงบอกเลยว่าห้ามพลาด

17-hakone_area_11

19-hakone-cruise

หลังจากเที่ยวทั้งวันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวมาทั้งวันด้วยออนเซ็น เดินทางกลับมายังสถานี Hakone Yumoto เรียงรายไปด้วยที่พักติดออนเซ็นมากกว่า 40 แห่ง ภายในเมืองมีทั้งออนเซ็นเท้าและออนเซ็นชั่วคราวให้บริการด้วย

การเดินทาง หลังจากล่องเรือเสร็จแล้ว จากท่าเรือ Moto-Hakone หรือ Hakone-machi ขึ้นรถบัสวิ่งตรงมาที่สถานี Hakone-Yumoto ใช้เวลา 50 นาที

18-hakone_sightseeing

ขอบคุณบทความจาก MATCHA
th_banner