เวลาคิดถึงญี่ปุ่น โตเกียวมักจะเป็นจุดหมายแรกๆที่จะอยากกลับไปเยือนเสมอ และก็ทำให้ต้องคิดว่า นอกจากจะเดินเล่นในตัวเมืองโตเกียวแล้ว ยังไปเที่ยวที่ไหนได้อีกบ้าง เอาแบบไปเช้าเย็นกลับ จะได้ไม่ต้องย้ายโรงแรมก็ดี หรือเก็บกระเป๋าใบเล็กไปค้างเปลี่ยนบรรยากาศสักคืนก็ดี

วันนี้มี 8 เมืองเล็ก ที่น่ารัก น่าชิลล์ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก แถมยังเดินทางไปง่ายสุดๆ มาแนะนำกัน เอาไว้เป็นไอเดียไปวางแผนเที่ยวกันนะครับ

tmb02

Kasama (Ibaraki)

ศาลเจ้าคะซะมะ อินาริ (Kasama Inari Shrine) ตั้งอยู่ในเมืองคะซะมะ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,350 ปี ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 651 โดยศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีเทพบูชาประจำศาลเจ้าคือ เทพอุคาโนะมิทามะ มีความเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการเพิ่มและดูแลผลผลิตทางการเกษตรและยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีผู้คนเดินทางมาชมความงดงามของสวนดอกวิสทีเรียที่พร้อมใจกันเบ่งบานส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งบริเวณศาลเจ้า อ่านรีวิวได้ที่นี่ >> IBARAKI

เวลาทำการ: 06.00- ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม

การเดินทาง: จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ JR Limited Express Hitachi / Tokiwa ลงที่สถานี Mito ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นสามารถโดยสารรถบัส


tmb03

Minakami (Gunma)

กุนมะ เป็นจังหวัดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว แถมมีที่ให้เที่ยวครบทุกแนว จังหวัดขึ้นชื่อเรื่องแหล่งน้ำพุร้อนที่สามารถแวะมาได้ตลอดทั้งปี และยังมีลานสกีให้เล่นในฤดูหนาวอีกด้วย โดยเฉพาะในเมืองมินาคามิ ที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะทันทีที่ลงจากรถไฟ จะมีรถมารับส่งไปทั้งสกีรีสอร์ท และเรียวกังในออนเซ็นต่างๆทันที อ่านรีวิวได้ที่นี่ >> MINAKAMI

การเดินทาง: จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟชิงคังเซ็น วิ่งมาลงที่สถานี Takasaki จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR สาย Agatsuma ลงที่สถานี Minakami ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที


tmb04

Enoshima (Kanagawa)

เกาะเอะโนะชิมะ ตั้งอยู่ในเมืองฟุจิซะวะ จังหวัดคะนะงะวะ ติดกับเมืองคะมะกุระ (Kamakura) ที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน เมืองนี้ถือว่าเป็นอีกเมืองพักผ่อนยอดนิยมในวันหยุดของชาวโตเกียว ในวันฟ้าใสจะมองเห็นฟุจิซังได้แบบใกล้ชิด บริเวณทางเข้าต้อนรับผู้มาเยือนด้วยชุมชนและร้านค้าเรียงรายตลอดทาง มีสปาชื่อดังอย่าง เอโนะชิมะไอส์แลนด์สปา (Enoshima Island Spa) ใครที่อยากแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติพร้อมชมวิวของฟุจิซังก็สามารถใช้บริการที่นี่ได้

จุดหมายหลักคือ ศาลเจ้าเอะโนะชิมะ (Enoshima Shrine) มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี เป็นที่ประดิษฐานของเทพแห่งโชคลาภประจำเกาะ นั่นคือ เบ็นเท็น (Benten) หรือมีชื่อเต็มว่า เบ็นไซเท็น (Benzaiten) ศาลเจ้าแห่งนี้แบ่งออกเป็นอีก 3 ศาลเล็กแยกอยู่ทั่วทั้งเกาะ และเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้า 3 องค์ อ่านรีวิวได้ที่นี่ >> ENOSHIMA

ศาลเจ้าเอะโนะชิมะ 8.30-17.00 น. ไม่เสียค่าเข้า
เอะโนะชิมะไอส์แลนด์สปา 10.00-22.00 น. (ธ.ค.-ก.พ. เปิด 11.00-21.00 น.) ค่าบริการ 2,747 เยน (ทั้งวัน) และ 1,705 เยน (ตั้งแต่ 18.00 น.)

การเดินทาง: จากสถานี Shinjuku โดยสารรถไฟ Odakyu ลงสถานี Fujisawa จากนั้นต่อรถราง Enoden ลงที่สถานี Enoshima


tmb05

Omiya (Saitama)

จังหวัดไซตามะ ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอยู่ไม่น้อย จุดที่เดินทางมาง่ายที่สุด คือที่สถานี Omiya ที่หลายคนคุ้นเคยกับการนั่งชิงคังเซนวิ่งผ่านที่สถานีนี้ แต่อาจจะยังไม่เคยลงไปแวะเที่ยวสักที

สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์คือ ศาลเจ้าฮิคะวะ (Hikawa Jinja) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,400 ปี โดดเด่นด้วยเสาโทริอิ 3 ต้น ที่ตั้งระหว่างทางเดินอันแสนร่มรื่นย์ ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องความรักคู่ครอง และ ความอุดมสมบูรณ์ ค้าขายร่ำรวย และที่เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway Museum อีกด้วย อ่านรีวิวได้ที่นี่ >> OMIYA

ศาลเจ้าฮิคะวะ: 5.30-17.30 น. (มี.ค.-เม.ย. และ ก.ย.-ต.ค.) 5.00-18.00 (พ.ค-ส.ค.) 6.00-17.00 (พ.ย.-ก.พ.) ไม่เสียค่าเข้าชม
พิพิธภัณฑ์รถไฟ (The Railway Museum): 10.00-18.00 น. ค่าเข้า 1,000 เยน

การเดินทาง: จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟชินคังเซ็น ลงที่สถานี Omiya ใช้เวลา 25 นาที


tmb06

Ikaho Onsen (Gunma) 

อิคาโฮะ อนเซ็น หมู่บ้านน้ำพุร้อนประวัติศาสตร์ ที่มักจะถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในบทกลอนโบราณของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองชิบุคะวะ (Shibukawa) จังหวัดกุนมะ เนื่องจากที่นี่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำพุร้อนชั้นดี จึงเต็มไปด้วยเรียวกังเก่าแก่มากมาย

เอกลักษณ์ของที่หมู่บ้านน้ำพุร้อนแห่งนี้ คือบันไดหิน 360 ขั้นที่มีอายุมากกว่า 400 ปี โดยแต่ละช่วงของบันไดจะปรากฎเป็นแผ่นหินรูป 12 ปีนักษัตร เป็นอีกหนึ่งความสนุกระหว่างเส้นทางสู่จุดบนสุดของบันไดหิน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของพื้นเมืองและร้านขายของที่ระลึก อย่าพลาดชิมซาลาเปาออนเซนมันจูไส้ถั่วแดงชื่อดังที่ใช้ความร้อนจากน้ำพุนึ่งจนซาลาเปาสุกหอมได้ที่

ด้านบนเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าอิคะโฮะ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพเป็นอย่างมากมีอายุกว่า 2,000 ปี จุดเด่นของที่นี่คือ สะพานแดงคะจิคะ (Kajikabashi) ทอดตัวข้ามแม่น้ำยูซาวะ เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้แดงที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อ่านรีวิวได้ที่นี่ >> GUNMA

การเดินทาง: จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Joetsu Shinkansen หรือ Nagano Shinkansen วิ่งมาลงที่สถานี Takasaki จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR local สาย Agatsuma ลงที่สถานี Shibukawa ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นโดยสารรถบัส Kanetsu bus ลงที่ป้าย Ikaho Onsen ใช้เวลา 25 นาที


tmb07

Sawara (Chiba)

จากสถานี Narita ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงโดยรถไฟ ก็จะเดินทางมาถึงย่านเมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุอานานนับร้อยปี  เมืองคาโทริ (Katori) เขตซาวาระ ในอดีต ช่วงยุคสมัยเอโดะ บริเวณนี้เป็นย่านการค้าที่คึกคักเป็นอย่างมาก ชาวเมืองเอโดะในอดีตได้กล่าวขานถึงเมืองนี้ว่า “ถ้าคุณอยากเห็นเอโดะ ทำไมไม่ลองไปที่ซาวาระดูละ เพราะที่นั่นรุ่งเรืองกว่าเอโดะเสียอีก”

ด้วยความที่เป็นเมืองที่มีคลองตัดผ่าน เราจึงสามารถใช้บริการล่องเรือนำเที่ยวชมเมืองประวัติศาสตร์ ผ่านลำคลองซึ่งในอดีตใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงข้าวของและผู้คน ชาวเมืองชิบะมีความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ย่านนี้เอาไว้ให้ชนรุ่นหลัง ปัจจุบันเราจึงสามารถเดินเที่ยวสัมผัสบรรยากาศของบ้านเรือนในสมัยอดีตได้

เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): SAWARA 

การเดินทาง: จากสถานี Narita นั่งรถไฟ JR สาย Narita ลงที่สถานี Sawara ใช้เวลา 30 นาที


tmb08

Kamogawa (Chiba)

เมืองคาโมะงะวะ เมืองตากอากาศริมทะเลแห่งจังหวัดชิบะ มีที่พักพร้อมน้ำพุร้อนให้แช่ผ่อนคลาย พร้อมฟังเสียงคลื่น และมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ Kamogawa Sea World ที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่นับหมื่นชีวิต มากกว่า 800 สายพันธุ์ และมีโชว์จากสัตว์น้ำแสนรู้มากมาย โดยทางพิพิธภัณฑ์จะจัดสรรเวลาให้สอดคล้องกัน วันละ 3 รอบ โดยจะเริ่มต้นที่โชว์ของ ปลาวาฬเบลูก้า ปลาโลมา ฉลามวาฬ และ แมวย้ำ ที่น่ารักและฉลาดแสนรู้มาก

Kamogawa Sea World ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 2,800 เยน เด็ก 1,400 เยน
เว็บไซต์: KAMOGAWA SEA WORLD

การเดินทาง จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟขบวนด่วนพิเศษ Wakashio ลงสถานี Awa-Kamogawa ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถชัตเติลบัสไปอีก 10 นาที


tmb09

Chichibu (Saitama)

เมืองชิชิบุ มีชื่อเสียงในหลายด้าน ถือว่าเป็นเมืองยอดนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น และที่มักจะเป็นที่พูดถึงกันมากที่สุด ก็คงเป็น ทุ่งดอกพิงค์มอสที่สวนฮิทสุจิยะมะ (Hitsujiyama Park) ที่สามารถชมได้สวยในช่วงกลางเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม และงานเทศกาลกลางคืนชิชิบุ (Chichibu Night Festival) ที่จัดขึ้นในทุกวันที่ 2-3 ของเดือนธันวาคม

ช่วงกลางเดือนพ.ค.ถึงต้นเดินมิ.ย. เป็นจังหวะดีที่เวลานี้สามารถชมทุ่งดอกป๊อปปี้ได้พอดี ให้มุ่งหน้าไปที่ ฟาร์มไซโนะคุนิฟุเรไอ (Sainokuni Fureai Farm) ที่นี่มีทุ่งดอกป๊อปปี้ชื่อว่า Tenku no poppy มีความหมายว่า ป๊อปปี๊แห่งสรวงสวรรค์ อ่านรีวิวที่นี่ >> CHICHIBU

ฟาร์มไซโนะคุนิฟุเรไอ เวลาทำการ: 9.00-17.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ ถึง 18.00 น.) ทุกวัน ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน (เสาร์-อาทิตย์ ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน)

การเดินทาง: จากสถานี Ikebukuro โดยสารรถไฟ Seibu ขบวน Red Arrow วิ่งตรงมาลงที่สถานี Seibu-Chichibu ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 22 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ ลงที่สถานี Minano และขึ้นรถชัตเติลบัสรับส่งฟรีไปที่จัดงาน