Ise-Kumano Area Tourist Pass เป็นพาสราคาพิเศษที่สามารถใช้เดินทางเที่ยวจาก Nagoya ไปยัง Ise และ Kumano เป็นอีกพาสที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการเที่ยวในเส้นทางนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่มีพาสใดที่ครอบคลุมโซนนี้โดยเฉพาะ

ise kumano main

กำหนดการใช้: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2015
ราคา 10,500 เยน (เด็กลดครึ่งราคา) สามารถใช้ได้ 5 วันต่อเนื่อง

ดาวโหลดโบรชัวร์ได้ที่นี่ >> Ise-Kumano Area Tourist Pass

ise_kumano_japanguide

ข้อกำหนดในการใช้พาส Ise-Kumano Area Tourist Pass

1) ใช้ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัด ระหว่าง Nagoya, Ise และ Kii-Katsuura (รวมทั้งสาย Ise Railway บริเวณ Suzuka) ทั้งขบวนธรรมดาและขบวนด่วน และใช้ขึ้นรถบัสได้ไม่จำกัดระหว่าง Ise และ Kumano รวมทั้งรถบัสที่วิ่งระหว่างศาลเจ้าอิเสะ, รถบัสนำเที่ยว CAN bus ในเมืองอิเสะ, รถบัสที่ Owase และ Kumano-shi สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการตามรอยเส้นทาง Kumano Kodo, รถบัสระหว่าง Katsuura และศาลเจ้า Nachi รวมถึงรถบัสระหว่าง Shingu และ Hongu

2) สามารถทำการจองที่นั่งบนรถไฟขวนด่วน Limited Express ได้ฟรี สูงสุด 4 ครั้ง

3) พาสต้องใช้ต่อเนื่องกัน 5 วัน จากเที่ยงคืนถึงเที่ยงคืน

4) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นแบบ Temporary Visitor เท่านั้น

5) พาส 1 ใบ สามารถใช้ได้ต่อ 1 คน ไม่สามารถโอนให้คนอื่นได้ และต้องถือพาสปอร์ตไว้กับตัวตลอดเวลา

6) ต้องซื้อพาสจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศของตัวเองก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก Japan-Guide

ise kumano map


 

โอกาสสำหรับนักเที่ยว ในการเดินทางไปชมมรดกโลกแห่งสำคัญของจังหวัด Wakayama มาถึงแล้วครับ สำหรับเส้นทาง Kumano Kodo และ ศาลเจ้าทั้ง 3 ของ Kumano Nachi Taisha โดยเฉพาะ เจดีย์ 3 ชั้น Seigantoji แห่งศาลเจ้า Nachi ที่มีฉากหลังเป็นน้ำตก Nachi no Otaki เมื่อการท่องเที่ยวญี่ปุ่น อำนวยความสะดวกในการจัดทำ Tourist Pass ตัวใหม่ ที่สามารถใช้เดินทางไปยังจุดหมายในฝันแห่งนี้ได้อย่างง่ายขึ้น

Ise-Kumano Area Tourist Pass เป็นพาสราคาพิเศษที่สามารถใช้เดินทางเที่ยวจาก Nagoya ไปยังโซน Ise และ Kumano เป็นอีกพาสที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการเที่ยวในเส้นทางนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่มีพาสใดที่ครอบคลุมโซนนี้โดยเฉพาะ ราคา 10,500 เยน (เด็กลดครึ่งราคา) สามารถใช้ได้ 5 วันต่อเนื่อง

แนะนำว่าถ้าจะเดินทางไปเส้นทาง Kumano Kodo แห่งนี้ ควรเผื่อเวลารวมไปกลับอย่างน้อยสัก 3 วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะชายฝั่ง และมีการขึ้นรถไฟต่อรถบัส รวมถึงการเดินเทรคกิ้ง ไต่เขาบ้างเล็กน้อย ดังนั้นจะเป็นการดี หากได้แวะพักที่เมืองใดเมืองหนึ่งระหว่างทาง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เหนื่อยเกินไปครับ

ขอบคุณภาพจาก Visit Japan Now

nachi no otaki