kurobe_00

หุบเขาคุโรเบะ Kurobe Gorge ตั้งอยู่ใจกลางทางตอนบนของแม่น้ำคุโรเบะ ที่วิ่งเข้าสู่เมืองคุโรเบะ ในจังหวัดโทยามะ ด้วยภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง หุบเขาแห่งนี้จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 หุบเขาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสถานที่ลับ 100 แห่ง ที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวไปในหุบเขาคุโรเบะ คือที่แหล่งน้ำพุร้อน Unazuki-onsen ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดโทยามะ มีทั้งที่พักและร้านค้าอำนวยความสะดวก สามารถเดินทางมาได้ด้วย รถไฟชิงคังเซ็นสาย Hokuriku ที่ทำการวิ่งให้บริการวิ่งตรงจากโตเกียว ลงที่สถานี Kurobe Unazuki Onsen ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

สามารถใช้พาส Hokuriku Arch Pass ได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> ที่นี่ 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาคุโรเบะคือช่วงกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน ใบwม้จะเริ่มผลัดเปลี่ยนเป็นสีแดง และพีคที่สุดเมื่อเริ่มเข้าเดือนพ.ย. กิจกรรมที่จะช่วยให้การเดินทางชมใบไม้แดงสมบูรณ์ที่สุดก็คงพลาดไม่ได้กับ รถไฟสาย Kurobe Gorge Railway ที่วิ่งจากสถานี Unazuki เส้นทางรถไฟสายนี้ในอดีตเคยใช้เป็นทางขนส่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างโดยใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ปัจจุบันใช้เป็นเส้นทางรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยว

kurobe_01

หุบเขาคุโรเบะ มีรูปร่างเป็นรูปตัววีและเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ในขณะที่รถไฟ Kurobe Gorge พาเราเข้าสู่ห้วงลึกของหุบเขาไปอย่างช้าๆ เราจะได้สัมผัสกับภาพทิวทัศน์อันตระการตาของอีกฝั่งฝาก จากบนรถไฟที่เปิดโล่งให้ได้รับกลิ่นอายจากธรรมชาติ และชื่นชมกับใบไม้แดงอย่างใกล้ชิด ที่จะสามาถหาได้จากหุบเขาคุโรเบะแห่งนี้เท่านั้น

kurobe_02

เส้นทางรถไฟ Kurobe Gorge Railway แบ่งออกเป็นหลายส่วน ไฮไลท์จะอยู่ที่บริเวณรอบ Unazuki-onsen จุดเริ่มต้นของการเดินทาง สะพานที่พาดเชื่อมต่อระหว่างหุบเขาวางอยู่เป็นเส้นขนานกับทางรถไฟ Yamabiko ที่เราจะสามารถมองเห็นรถไฟขณะกำลังข้ามสะพานกับวิวของหุบเขาเบื้องหลังสุดน่าทึ่ง

25 นาทีหลังจากที่รถไฟ Kurobe Gorge ขับเคลื่อนออกจากสถานี Unazuki Onsen รถไฟจะพาเรามาถึงสถานี Kuronagi หุบเขาที่มีความโดดเดน มีรูปทรงเว้าโค้งไม่เหมือนหุบเขาใดในญี่ปุ่น และล่วงหน้าต่อไปเพื่อมาถึงบริเวณ Kanetsuri ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการแช่น้ำริมแม่น้ำ และอีกหนึ่งไฮไลท์คือ หิมะคุโรเบะที่จะอยู่ตลอดปี ไม่มีวันละลาย

บริเวณ Keyakidaira ที่อยู่ไกลสุดอีกฝั่งหุบเขา เป็นสถานที่ที่จะได้เต็มอิ่มกับกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในวันที่โชคดีจะได้เห็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ อย่างลิงหิมะ และ เลียงผาญี่ปุ่น อีกด้วย พื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับนักปีนเขาที่ชอบความท้าทาย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวควรแต่งกายให้อุ่น ใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพราะยิ่งเดินทางขึ้นไปบนเขาสูงเท่าไร อากาศจะยิ่งหนาวขึ้นกว่าบนพื้นล่างหลายเท่าตัว


3 สถานที่ที่สวยที่สุดสำหรับการชมใบไมเปลี่ยนสี

kurobe_03

จุดแนะนำที่ 1: สะพาน Shin-Yamabiko
สะพาน Shin-Yamabiko คือแลนมาร์คแห่งแรกที่เราจะได้ข้ามผ่านหลังเดินทางออกจากสถานี Unazuki สะพานแห่งนี้มีระยะทาง 166 เมตรซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดตลอดเส้นทาง จุดที่แนะนำสำหรับถ่ายรูปคือที่ หอชมวิว Yamabiko Observation Deck เดินมาได้จากสถานี Unazuki เพียง 3 นาที ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือทิวเขาที่สลับสีสันอย่างสวยงามตัดกับสาบน้ำสีน้ำเงินและสะพานสีแดง

kurobe_04

จุดแนะนำที่ 2: น้ำพุร้อน Babadani-onsen
Babadani-onsen เป็นปลายทางของเส้นทางรถไฟสาย Kurobe Gorge เส้นทางน้ำพุร้อนแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับภูเขาสามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ใช้เวลา 50 นาทีตลอดระยะทางจากสถานี Keyakidaira มีที่พักค้างคืนให้บริการบนเขา เป็นห้องแบบรวมและระบบไฟฟ้าเปิดปิดตามเวลาที่กำหนด แต่คุณจะได้ประสบการ์ณในการชมใบไม้แดงที่ไม่เหมือนใครอีกต่อไป

kurobe_05

จุดแนะนำที่ 3: สะพาน Atobiki
ห่างจากสถานี Kuronagi ไม่ไกล ก็จะเดินทางถึงสะพานที่สูงที่สุดตลอดเส้นทาง มีความสูง 60 เมตร สามารถถ่ายภาพของสะพานได้จากชานชาลาของสถานี Kuronagi ภาพตรงเบื้องหน้าของคุณคือกำแพงใบไม้หลากสีที่จะปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ

kurobe_06

ที่หุบเขาคุโรเบะมีแหล่งอาบน้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติให้คุณได้ผ่อนคลายตามอัธยาศัยที่ Kanetsuri-onsen ตั้งอยู่ที่บริเวณ Kanetsuri ที่จะมอบความสุนทรีย์ในการพักผ่อนได้อย่างใกล้ชิดธรรมชาติแบบบริสุทธิ์ หากมาในช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะ คุณอาจจะสัมผัสน้ำพุร้อนที่แม่น้ำแห่งนี้ด้วยการพักแช่เท้าอย่างสุดสบาย

ถ้าคุณวางแผนที่จะค้างคืนที่หุบเขาคุโรเบะ ขอแนะนำที่พักในบริเวณ Kanetsuri และรอบๆสถานี Keyakidaira ที่อยู่ปลายสุดของสายรถไฟ Kurobe Gorge นอกจากนี้ยังมีเรียวกังให้บริการที่ Kanetsuri Onsen Ryokan inn ที่สามารถชมวิวของหุบเขาคุโรเบะ และวิวยามกลางคืนที่ท้องฟ้าประดับประดาไปด้วยดวงดาว สวยเกินคำบรรยาย

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก JNTO Monthly Web Magazine
แปลโดย เที่ยวญี่ปุ่นดอทคอม