การเที่ยวแบบ Routing เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ  เนื่องจากได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละสถานที่ อีกทั้งเป็นการใช้เวลาในการท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า และที่สำคัญคือแค่มีบัตรใบเดียวอย่าง Kintetsu Rail Pass ก็สามารถเที่ยวได้ถึง 5 จังหวัดในแถบคันไซ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ Routing ใหม่ๆ แถบคันไซที่ไม่มีทั้งปราสาทโอซากะ หรือสวนนาระ ที่ทุกคนคุ้นเคย จะเป็นสถานที่อะไร มีความน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย

เริ่มต้นกันที่โอซากะ เมืองในดวงใจของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน เมืองที่ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับวัฒนธรรมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยจุดแรกที่เราจะไปกันก็คือ พิพิธภัณฑ์บ้านญี่ปุ่นโบราณ (Nihon Minka Shuraku Hakubutsukan) เป็นพิพิธภัณฑ์แบบเปิดที่แรกของญี่ปุ่น 

04

ภายในจะมีบ้านโบราณสมัยเอโดะให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในสมัยนั้น รวมไปถึงการศึกษาวัฒนธรรมของชาวบ้านที่น่าสนใจอย่าง การชงชาแบบโบราณ การเล่านิทานพื้นบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้การมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม เสริมประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบชาวเอโดะ 

02

หลังจากย้อนยุคไปในสมัยเอโดะ ก็ได้เวลากลับสู่โลกปัจจุบัน ในเมื่อมาโอซากะทั้งที ก็ไม่ควรพลาดสวนสนุก Universal Studios Japan ที่มีอะไรมากกว่าปราสาทฮอกวอตส์จากแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวจากภาพยนตร์ชื่อดัง เพราะในสวนสนุกแห่งนี้ จะมีโซนใหม่ๆ และอีเวนต์ที่น่าสนใจคอยอัปเดตให้คนที่มาได้ตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา

05 copy

อย่างในปี 2018 ก็มีเครื่องเล่นที่สร้างมาจากการ์ตูนในดวงใจของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น มินเนียน, เซเลอร์มูน, ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน รวมไปถึงวันพีช สิ่งเหล่านี้ทำให้คนที่มา USJ ได้รับความสนุกสนานและประสบการณ์ไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้งที่ได้มา จนแทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาครั้งเดียวยังไงก็ไม่พอ

07 copy

จากโอซากะมุ่งหน้าสู่ เมืองนาระ เมืองแห่งวัฒนธรรมและศาสนาที่อยู่ห่างจากโอซากะเพียง 35 กิโลเมตร โดยสถานที่ที่น่าสนใจนอกจากสวนนาระแล้ว อยากแนะนำให้ไปกันที่ ศาลเจ้าทานซาน (Tanzan shrine)

08 copy

โดยจุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือประตูโทริอิที่เรียงติดต่อกันจนกลายเป็นอุโมงค์ทางขึ้นเนินเขา และเจดีย์สูง 13 ชั้น ที่สามารถเดินออกไปชมวิวบริเวณริมระเบียง ชมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติอันเงียบสงบของเมืองนาระ ส่วนใครที่ช้อปเก่ง ก็มีซุ้มอาหารของฝากต่างๆ ให้ได้จับจ่ายใช้สอยกันตามใจชอบ

06 copy

ปิดท้ายการเดินทางครั้งนี้กันที่ เมืองซูซูกะ (Suzuka) จังหวัดมิเอะ จังหวัดที่คนส่วนใหญ่อาจมองข้าม โดยการเดินทางนั้นจะต้องใช้บัตร Kintetsu Rail Pass ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Tsu ในเมืองอิเสะก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นรถไฟ Ise Railway เพื่อมายังจุดหมายปลายทางที่เมืองซูซูกะนั่นเอง

ปิดท้ายด้วยการชมกีฬาประจำจังหวัดที่ไม่ใช่กีฬายอดฮิตอย่างซูโม่หรือยูโด แต่เป็น การแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต Suzuka 4 Hours Endurance และ 8 Hours Endurance ซึ่งไฮไลท์ของการแข่งขันในครั้งนี้อยู่ที่รูปแบบการแข่งขันที่กินเวลายาวนานถึง 4  ชั่วโมง และ 8 ชั่วโมง จัดขึ้นปีละครั้งและจัดที่เมืองซูซูกะแห่งเดียวเท่านั้น

09

ความพิเศษดังกล่าวทำให้คนญี่ปุ่นกว่าหนึ่งแสนคนหลั่งไหลกันมาชมการแข่งขันเป็นประจำทุกปี ซึ่งเสน่ห์ของการแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้เน้นไปที่การขับรถให้เข้าเส้นชัยแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวัดกันด้วยเรื่องความอึดและความแกร่งของนักกีฬา นอกจากร่างกายที่พร้อมแล้วแรงใจที่มุ่งมั่น ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งให้นักกีฬาได้ชัยชนะมาครอบครอง 

สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ทำให้วัฒนธรรมการเชียร์กีฬามอเตอร์สปอร์ตที่สนามซูซูกะ กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่น สะท้อนตัวตนที่มุ่งมั่นและจิตญาณอันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง 

10

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนมอเตอร์สปอร์ตก็สามารถมาเที่ยวกันที่สนามซูซูกะได้ เพราะมีทั้งร้านอาหาร สวนสนุกขนาดย่อม และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน รับรองได้ว่าไม่มีเบื่อแน่นอน แต่ถ้าใครที่เป็นสายเชียร์มอเตอร์สปอร์ตอยู่แล้ว ยิ่งห้ามพลาด ประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้มีแค่ปีละครั้ง ที่สำคัญมีคนไทยไปแข่งที่ซูซูกะเป็นประจำทุกปี ตามชมตามเชียร์กันได้แบบมีลุ้นมากกว่าเดิม

01

เรียกได้ว่าเป็นการจบทริปโอซากะ – มิเอะ อย่างสวยงาม ได้เดินทางท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชื่นชมธรรมชาติ สัมผัสวัฒนธรรม หรือ ตามเชียร์การแข่งขัน เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ควรค่าแก่การใช้เวลาในประเทศญี่ปุ่น