การท่องเที่ยวจังหวัดไอจิ เอาใจนักท่องเที่ยวชาวไทย ให้สามารถหาข้อมูลท่องเที่ยวเมืองนาโกย่าและเมืองต่างๆในจังหวัดไอจิได้ง่ายขึ้น ด้วยเวบไซต์หน้าภาษาไทยที่ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับจังหวัด สถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน และคอร์สการเดินทาง

aichi

สำหรับใครที่สนใจและกำลังวางแผนไปเที่ยวจังหวัดไอจิ สามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ที่เวบไซต์นี้

การท่องเที่ยวจังหวัดไอจิ

นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินจากการบินไทยจากกรุงเทพฯสู่นาโงย่าได้โดยตรง หรือจะนั่งรถไฟชิงคังเซนมาได้ทั้งจากโตเกียวและโอซาก้าก็สามารถทำได้เช่นกัน

aichi2

(ข้อมูลบางส่วนจากในเวบไซต์)

จังหวัดไอจิ มีมูลค่าการส่งสินค้าอุตสาหกรรมการผลิตเป็นอันดับ 1 ในประเทศ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางที่มีความเจริญรุ่งเรืองในด้าน “การประดิษฐ์สิ่งของ (หรือเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Monozukuri)” มาตั้งแต่อดีต ดังนั้นจึงมี อุตสาหกรรมหลากหลายสาขากระจุกตัวกันอยู่ในจังหวัดไอจิตั้งแต่อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม เช่น เครื่องปั้นดินเผา,สิ่งทอ จนถึงอุตสาหกรรมแนวหน้า เช่น ยานยนต์, การบินและอวกาศ โดยเฉพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ของไอจินั้นเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในจังหวัดของเรามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์มากมายรวมถึงบริษัทโตโยต้าโดยจังหวัดไอจิมีจำนวนการครอบครองรถยนต์ส่วนบุคคลมากที่สุดจังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่นรวมทั้งยังมีบริษัทอุตสาหกรรมเซรามิกส์หลายแห่ง เช่น บริษัท NGK Insulators จำกัดซึ่งเป็นผู้ผลิตลูกถ้วย (อุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายไฟ ทำหน้าที่เป็นฉนวนที่ทำด้วยเซรามิกส์) อันดับหนึ่งของโลก, บริษัท INAX, บริษัท NGK Spark Plugจำกัดเป็นต้น นอกเหนือจากนี้กระเบื้องหลังคาชื่อ Sanshu Gawara ที่ผลิตในเมืองทาคาฮามะ (Takahama) และเมือง เฮคินัน (Hekinan) เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในสามกระเบื้องหลังคาที่สุดยอดในญี่ปุ่นทั้งนี้อุตสาหกรรมเหล่านี้ถือว่าเป็นทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับจังหวัดไอจิด้วย ส่งผลให้จังหวัดไอจิมีโปรแกรมการท่องเที่ยวหลากหลายที่ท่านสามารถสัมผัสสปิริตของ “Monozukuri” โดยศึกษาดูงานหรือทำกิจกรรมที่หน้างานของ Monozukuri ได้ด้วย

ช่วงตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 15 ถึงปลายศตวรรษที่ 16 ตามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นนั้นเรียกว่าเป็น “ยุคเซ็นโกคุ (ยุคแห่งไฟสงคราม)” ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสู้รบกันเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างต่อเนื่องภายในประเทศญี่ปุ่น โดยจังหวัดไอจินั้นเป็นถิ่นฐานเดิมของ “สามสุดยอดขุนพล” ที่สร้างชื่อเสียงในยุคดังกล่าว ได้แก่ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิฮิเดโยชิและโทคุกาวะ อิเอยาสุ อีกทั้งยังมีขุนศึกที่สร้างชื่อเสียงเป็นซามุไรข้ารับใช้ของสามสุดยอดขุนพลดังกล่าวอีกมากมายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไอจิด้วย ดังนั้นที่จังหวัดไอจิจึงมีซากปราสาทหรือสถานที่ที่เคยเป็นสนามรบที่เกี่ยวข้องกับบรรดาขุนพลดังกล่าวหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งกลายเป็นสวนสาธารณะที่เป็นสวนขนาดเล็กหรือบางแห่งก็มีบรรยากาศที่ทำให้เราย้อนกลับไปนึกถึงการสู้รบในอดีต รวมทั้งเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับบรรดาขุนพลในสมัยนั้นก็ถูกสืบทอดกันมานาน นอกเหนือจากนี้วัฒนธรรมของ “การประดิษฐ์สิ่งของ (หรือเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Monozukuri)” ของจังหวัดไอจินั้นก็เชื่อกันว่าสืบเนื่องจากการที่โอดะ โนบุนากะชวนให้ช่างฝีมือจากทั่วประเทศมาแข่งขันกันโดยจะยกย่องให้เป็น “ช่างยอดเยี่ยม” กับช่างที่เก่งที่สุด ด้วยเหตุผลนี้จึงส่งผลต่าง ๆ ตามมาต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีในสมัยหลังๆด้วย

ตัวอย่างคอร์สการเดินทาง

course1

“คอร์สชมเมืองนาโงย่า”

START : ออกจากสถานีรถไฟ Nagoya
นั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama จากสถานี Nagoya ต่อสายที่ Sakae (ต่อสาย Meijo) ลงที่ Shiyakusho (City Hall) และเดิน 5 นาทีจากทางออกที่ 7 หรือนั่งรถบัส “Me-guru Bus” จากสถานี Nagoya ลงที่ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)
ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)
ปราสาทนาโกย่าถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า โดยข้างในหอคอยปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงประวัติศาสตร์ของปราสาทนาโกย่าส่วนวันเสาร์อาทิตย์มีการแสดงโชว์โดยกลุ่มขุนพล “Nagoya Omotenashi Busho-Tai” ช่วงนี้สามารถชมอาคารวังส่วนใน “Hommaru Palace” ที่กำลังก่อสร้างใหม่อยู่ได้ด้วยจำหน่ายของฝากที่หาซื้อยากของนาโกย่าและสินค้ากลุ่มขุนพล “Nagoya Omotenashi Busho-Tai” ที่ร้านจำหน่ายภายในปราสาท
  – นั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo จากสถานี Shiyakusho (City Hall) ลงที่ Sakae และเดิน 3 นาที
นาโกย่าทีวีทาวเวอร์และโอเอซิส 21 (Nagoya TV Tower / OASIS 21)
นาโกย่าทีวีทาวเวอร์ถือเป็นแลนด์มาร์คของย่านซากาเอะเมืองนาโกย่าและได้รับเลือกเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ชั้น 1 มีร้านกาแฟและช่วงหน้าร้อนจัดเบียร์การ์เด้นใต้ทาวเวอร์ ส่วนโอเอซิส 21นี้เป็นสวนแบบสามมิติที่ประกอบด้วยชั้นบนและชั้นใต้ดิน โดยมีลานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ที่เรียกว่า ”Galaxy Platform (ลานกาแล็กซี) ” รวมทั้งร้านอาหารและร้านขายสินค้าต่างๆ ส่วนกลางคืนจะไลท์อัพทั้งอาคาร ซึ่งสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับผู้คนที่มาที่นี่
  – นั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo จากสถานี Sakae ลงที่ Kamimaezu และเดิน 1 นาทีจากทางออกที่ 12

ย่านการค้าโอสุและวัดโอสุคันนง (Osu Shopping Street / Osu Kannon Temple)
ย่านการค้าแห่งนี้ถือเป็นย่านการค้ายอดนิยมสำหรับทุกเพศทุกวัยโดยมีร้านค้าต่างๆ อาทิเช่น ร้านคอมพิวเตอร์, ร้านขายเครื่องไฟฟ้า, ร้านพวกซับคัลเจอร์, ร้านเสื้อผ้ามือสอง, ร้านอาหารเอเชียและร้านอื่นๆส่วนวัดโอสุคันนงนั้นจัดตลาดขายของเก่าภายในบริเวณวัดในวันที่ 18 และวันที่ 28 ของทุกเดือน
GOAL : สถานีรถไฟ Nagoya

course2
“คอร์สเดินเที่ยวเมืองอินุยามะ”
START : ออกจากสถานีรถไฟ Nagoya
นั่งรถไฟ Meitetsu สาย Inuyama จากสถานี Nagoya และลงสถานี Inuyamayuen (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
1.สวนอุระคุเอ็น (Uraku-en) และเรือนชงชาโจอัน (Jo-an)
สวนอุระคุเอ็น (Uraku-en) เป็นสวนญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วยเรือนชงชาโจอัน (Jo-an) ที่โอดะ อุระคุไซซึ่งเป็นน้องชายของโอดะ โนบุนากะก่อสร้างและเป็นสมบัติประจำชาติ, ห้องหนังสือ ShodeninShoin ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ซึ่งเราสามารถสัมผัสบรรยากาศอันสงบเงียบและสบายๆ ไม่เร่งรีบได้ตามฤดูกาลต่างๆ อีกทั้งเราสามารถดื่มชาพร้อมขนมในสวนนี้ได้ด้วย (ชุดชา : 500 เยน)
ค่าเข้าชม : 1000 เยน
เดินประมาณ 7 นาทีจากสถานี Inuyamayuen

2.ปราสาทอินุยามะ(Inuyama castle)
ปราสาทอินุยามะนี้เป็นสมบัติประจำชาติอีกแห่งหนึ่งในเมืองอินุยามะและหอคอยปราสาทแห่งนี้ถือว่าเป็นหอคอยเก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เราสามารถมองเห็นวิวสวยงามได้ทุกทิศทางจากชั้นบนสุดของหอคอยเนื่องจากมีทางเดินได้รอบด้าน ซึ่งหากวันไหนที่อากาศแจ่มใสเราสามารถมองเห็นภูเขาออนตาเกะซัง (Ontakesan) ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโน่ได้ด้วย
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็กนักเรียนประถม/ม.ต้น 100 เยน
เดินประมาณ 10 นาทีจากสวนอุระคุเอ็น (Uraku-en)
3.เดินเล่นเที่ยวชมบริเวณเมืองรอบปราสาทอินุยามะ
บริเวณเมืองรอบปราสาทที่เรียกว่า “โจกะมาชิ” นั้นมีบ้านเรือนไม้เก่าแก่, ร้านอาหาร, ร้านค้าและร้านกาแฟที่น่าสนใจและน่ารักหลายหลังตามถนนเส้นหลักชื่อ “ฮงมาชิโดริ (Honmachi-dori)” และถนนอื่นๆ โดยเราสามารถใช้บัตรเข้าชมปราสาทอินุยามะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในบริเวณนี้ได้ 2 แห่งก็คือพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์เมืองรอบปราสาท (Shirotomachi Museum) และพิพิธภัณฑ์แสดงหุ่นกลไกโบราณ (Karakuri Exhibition Room) และในระหว่างการเดินเล่นบริเวณนี้เราสามารถรับประทานอาหารขึ้นชื่อของอินุยามะอย่างเด็งกากุ (Dengaku) เป็นเต้าหู้ย่างที่เสียบไม้และทามิโสะแดงหรือทานอาหารเที่ยงที่ร้านกาแฟน่ารักในบรรยากาศเมืองเก่า
เดินประมาณ 5 นาทีจากปราสาทอินุยามะ
4.พิพิธภัณฑ์เมจิมูระ (Meiji Mura)
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำสิ่งก่อสร้างในสมัยเมจิ (ปี 1868-1912) กว่า 60 หลังซึ่งย้ายมาทั้งหลังเพื่อมาแสดง ในพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งพอเข้าไปข้างในแล้วทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยุคเมจิ รวมทั้งเราสามารถชมในบริเวณพิพิธภัณฑ์โดยนั่งรถจักรไอน้ำหรือรถรางสมัยโบราณได้ ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปี ขึ้นไป) 1600 เยน / นักเรียนม.ปลาย 1000 เยน / นักเรียนประถม/ม.ต้น 600 เยน
* มีบัตรเข้าชมปราสาทอินุยามะ+พิพิธภัณฑ์เมจิมูระ ผู้ใหญ่ 1800 เยน / นักศึกษา 1500 เยน / นักเรียนม.ปลาย 900 เยน / นักเรียนประถม/ม.ต้น 600 เยน (จำหน่ายบัตรที่ปราสาทอินุยามะและพิพิธภัณฑ์เมจิมูระ)
เดินไปสถานี Inuyama จากฮงมาชิโดริ (Honmachi-dori) ประมาณ 10 นาทีและนั่งรถประจำทาง Gifu Bus Community สายที่ไป Meiji Mura จากสถานี Inuyama (ด้านตะวันออก) ประมาณ 20 นาที

GOAL : กลับมาถึงสถานีรถไฟ Nagoya