การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เราจำเป็นต้องศึกษาเส้นทางการเดินทางมากพอสมควร ไม่จำเป็นถึงกับต้องแม่นยำในทุกเส้นทาง เพียงแค่เข้าใจในภาพรวมว่าจากสถานีไหนมุ่งหน้าไปทางทิศไหน อะไรที่ไปด้วยกันได้ และเมืองไหนที่อยู่ใกล้หรือไกลจากกัน

jrpass

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ JR Pass เราต้องถามตัวเราก่อนว่า ทริปนี้จะไปเที่ยวโซนไหน จริงอยู่ครับที่ว่าค่ารถไฟในญี่ปุ่น ค่อนข้างแพง ยิ่งถ้านั่งชิงคังเซนด้วยแล้วให้มาจ่ายทีละเที่ยวคงไม่ไหว แต่อย่าเพิ่งคิดเหมารวมไปว่าการเดินทางข้ามเมือง ต้องนั่งชิงคังเซนเท่านั้น เรายังมีอีกหลายทางเลือกที่สามารถปรับและเลือกใช้ให้เหมาะกับงบประมาณของเรา ศึกษาข้อมูลของ JR Pass แต่ละชนิดได้>>> ที่นี่

เส้นทางยอดนิยม

  1. แถบคันโต – โตเกียว ฮาโกเน่ โยโกฮาม่า คามาคุระ ดิสนีย์แลนด์
  2. แถบคันไซ – โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ
  3. แถบคันโตและคันไซ – โตเกียว นิคโก้ ฟูจิ-ฮาโกเน่ โอซาก้า เกียวโต นารา

หรือ เส้นทางใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

  1. แถบจูบุ – นาโกย่า ทาคายาม่า ชิราคาวาโกะ คานาซาว่า
  2. แถบฮอกไกโด – ซัปโปโร โอตารุ ฮาโกดาเตะ โนโบริเบ็ทสึ อาซาฮิคาว่า ฟุราโนะ
  3. แถบคิวชู – ฟุกุโอกะ นางาซากิ คุมาโมโต้ เบปปุ ยูฟุอิน
  4. แถบโทโฮขุ – เซนได ยามากาตะ อิวาเตะ ฟุคุชิมะ

หรือ เส้นทางข้ามภุมิภาค (เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลา 8-10 วันขึ้นไป)

  1. โตเกียว นิคโก้ คาวากุจิโกะ นาโกย่า นากาโน่ มัตซึโมโต้ เจแปนแอลป์
  2. โอซาก้า เกียวโต วากายาม่า ฮิโรชิม่า ฟุกุโอกะ
  3. โอซาก้า นาโกย่า ฟูจิ โตเกียว นิคโก้ เซนได ซัปโปโร

เที่ยวด้วยตัวเองทั้งทีก็ต้องเน้นประหยัดไว้ก่อน แต่ถ้ามัวแต่คำนึงถึงเรื่องความประหยัดจนมองข้ามความสะดวกสบายไปก็ไม่ดี ก่อนอื่นเรากำหนดขอบเขตของการเดินทางก่อน สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเดินทางเองครั้งแรก หากมีเวลาประมาณ 6- 8 วัน จะนิยมไปเส้นทางยอดนิยม (1)-(3) ที่จะพูดถึงกันในตอนแรกนี้ ส่วนตอนต่อไปจะหยิบเส้นทางใหม่ๆที่กำลังเป็นที่นิยม (4)-(10) มาวิเคราะห์เพิ่มเติมครับ

เส้นทางข้างต้นเป็นเพียงเส้นทางตัวอย่างที่จะนำมาใช้ประกอบการอธิบายว่าเราควรซื้อ JR Pass หรือไม่ และถ้าใช้ควรเป็นประเภทไหน การออกแบบเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นสามารถทำได้หลากหลาย จะเที่ยวข้ามเกาะจากเหนือไปใต้ ก็สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ระดับนั้นเชื่อว่าคงต้องเที่ยวเองจนโปรแล้ว สามารถเลือกใช้พาสทั่วญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย 5-7 วัน แนะนำให้เที่ยวเฉพาะส่วน ไม่ควรกระโดดข้ามไปมา เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้ว อาจจะทำให้ทริปหมดสนุกได้ ที่สำคัญการเที่ยวเฉพาะส่วน ช่วยให้เราวางแผนได้ง่ายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้รัดกุมมากขึ้น ส่วนวิธีการตรวจสอบเส้นทางรถไฟ สามารถตรวจสอบได้จาก Hyperdia ที่จะบอกทั้ง ประเภทของรถไฟ ระยะเวลาที่ใช้ และค่าโดยสาร ซึ่งจะช่วยให้เราประเมินค่าใช้จ่ายการเดินทางเบื้องต้นได้ครับ

logo_hyperdia

  • ตัวอย่างเส้นทางที่ (1) เที่ยวเฉพาะโตเกียวและเมืองรอบๆ สามารถตัดตัวเลือก JR Pass แบบ 7 วันทั่วประเทศ ออกไปได้เลย เพราะไม่คุ้มแน่ๆ ถ้ามองแบบเฉพาะเมือง เราสามารถวางแผนเที่ยวง่ายๆดังนี้

    • ภายในโตเกียว ใช้ตั๋วรถไฟแบบเหมาทั้งวัน ควรวางแผน ให้ดีวันไหนจะใช้ JR เที่ยว และวันไหนจะใช้ Tokyo Metro เที่ยว จะได้เลือกซื้อเฉพาะอย่างไปในแต่ละวันครับ
    • ฮาโกเน่ แนะนำ Hakone Freepass ของ Odakyu (ราคา 5,000 เยน) เพราะนอกจากจะรวมค่ารถไฟไป-กลับชินจูกุแล้ว ยังสามารถใช้เดินทางภายในฮาโกเน่ได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย (ซึ่งในส่วนนี้ถ้าใช้ JR Pass ไม่ครอบคลุม) รายละเอียด>>> ที่นี่
    • โยโกฮาม่า เมืองนี้อยู่ใกล้โตเกียวมาก นั่งรถไฟธรรมดาใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง และในเมืองสามารถเดินเที่ยวได้ หากต้องการเดินทางไปหลายที่ภายในโยโกฮาม่า ใช้เฉพาะ ตั๋ว Minatomirai pass (ราคา 840 เยน) ก็เพียงพอ รายละเอียด>>> ที่นี่
    • คามาคุระ แนะนำ Kamakura-Enoshima Freepass ของ Odakyu (ราคา 1,430 เยน) คล้ายกับของฮาโกเน่ ที่รวมค่ารถไฟไปกลับ จากโตเกียวและการเดินทางภายในคามาคุระและเกาะเอะโนะชิมะ (ซึ่งในส่วนนี้ถ้าใช้ JR Pass ไม่ครอบคลุม) รายละเอียด>>> ที่นี่
    • ดิสนีย์แลนด์ ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียวอยู่แล้ว สามารถซื้อตั๋วไป-กลับได้ตามปกติ

    สรุป เที่ยวเฉพาะแถบคันโต หากเราตั้งศูนย์กลางไว้ที่โตเกียว จะสามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับได้ทุกเมือง ยกเว้นเสียแต่ว่าอยากจะค้างคืนในที่พักสไตล์ญี่ปุ่น ท่ามกลางธรรมชาติ แช่น้ำพุร้อน สามารถทำได้ที่ฮาโกเน่ และสามารถใช้พาสเดินทางกลับเข้าโตเกียวได้ในวันถัดไป (Hakone Freepass ใช้งานได้ 2 วัน) ไม่จำเป็นต้องใช้ JR Pass แบบ 7 วัน

    ถ้าพูดถึง JR Kanto Pass ว่าควรซื้อหรือไม่ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ พาสนี้ใช้ได้ 3 วันต่อเนื่องกัน (ราคา 8,300 เยน รายละเอียด>>> ที่นี่) ต้องวางแผนให้ใช้พาสนี้ให้คุ้มตั้งแต่วันแรกซะก่อน อาจจะเริ่มใช้เดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนาริตะโดย N’EX เลยก็ได้ เที่ยวภายในโตเกียวและเมืองใกล้ๆอย่างโยโกฮาม่าในช่วงต้น และค่อยมาเก็บเมืองอื่นที่ JR Pass ไม่ครอบคลุมทีหลัง เพราะฉะนั้นยังคงต้องซื้อพาสชนิดอื่นสำหรับใช้เที่ยวเพิ่มเติมอยู่ดีครับ

    ส่วนวิธีการเดินทางไปกลับสนามบิน มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสนามบินที่ลงและปลายทางที่ตั้งของโรงแรมว่าตั้งอยู่ใกล้สถานีใด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก >>> ที่นี่

  • ตัวอย่างเส้นทางที่ (2) เที่ยวเฉพาะแถบคันไซ ถ้าจะเที่ยวแถบนี้สามารถเลือกใช้ตั๋วได้ 2 แบบ คือ JR West Pass และ Kansai Thru Pass (JR Pass 7 วันแบบทั้งประเทศ ไม่ต้องใช้ในกรณีนี้ครับ) โดยส่วนตัวคิดว่า การเที่ยวในคันไซ ง่ายและประหยัดที่สุดแล้ว ด้วยพาสที่อำนวยความสะดวก ตั้งแต่จากสนามบินไปยังเมืองต่างๆ ที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน (ไม่ว่าจะเป็น โอซาก้า, เกียวโต, นารา, เฮียวโก, วากายาม่า , ชิกะ)

    • ภายในโอซาก้า ถ้ามีเวลาอย่างน้อย 2 วันเต็ม แนะนำ Osaka Amazing Pass แบบ 2 วัน บัตรใบเดียวที่รวม การเดินทางด้วยรถไฟภายในโอซาก้าทุกสาย (ยกเว้นรถไฟ JR Loop Line) และค่าเข้าสถานที่สำคัญอีกกว่า 28 แห่ง คุ้มแบบไม่่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ (แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวก็สามารถซื้อแบบ 1 วันได้เช่นกัน)
    • เกียวโต ถ้าใช้ Kansai Thru Pass เดินทางได้โดยสาย Hankyu และพาสนี้ใช้ขึ้นรถบัสเที่ยวรอบเมืองได้ด้วย ถ้าใช้ JR West Pass ต้องซื้อตั๋วรถบัสเพิ่มราคา 500 เยน
    • นารา เดินทางจากโอซาก้าได้ทั้ง Kansai Thru Pass (สาย Kintetsu) และ JR West Pass (สาย JR Nara) ส่วนการเดินทางภายในนารา ใช้วิธีการเดินเที่ยวก็ได้ครับ ถ้าไม่ได้ไปไกลมาก
    • โกเบ การเดินทางภายใน สามารถนั่งรถใต้ดินหรือรถ JR ได้ทั้งคู่ ส่วนรถ Loop Bus ต้องซื้อเพิ่มราคา 650 เยน ไม่ว่าจะใช้พาสแบบไหนก็ตาม
    • ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ การเดินทางไปนั้นสามารถใช้พาสใดก็ได้แต่เนื่องจากเราจะใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับสวนสนุก เพราะฉะนั้น ควรแยกซื้อตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวไปดีกว่า และเก็บพาสเอาไว้ใช้สำหรับเที่ยวตามสถานที่อื่นทั่วเมืองโอซาก้าแทน

    สรุป เที่ยวเฉพาะแถบคันไซ เดินทางแต่ละแห่งไม่ไกลจากกันมาก สามารถไปเช้า-เย็นกลับได้จากโอซาก้า รถไฟที่วิ่งภายในคันไซนั้นจะเป็นรถไฟสายเอกชนซะมากกว่าซึ่งครอบคลุมทุกสายด้วย Kansai Thru Pass ที่มีให้เลือกใช้แบบ 2 วัน และ 3 วัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการเดินทางข้ามเมือง และท่องเที่ยวภายในแต่ละเมือง โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องกัน ส่วน JR West Pass ใช้เดินทางระหว่างเมือง ด้วยสาย JR เพียงอย่างเดียว เดินทางเข้าถึงแต่ละสถานีหลักของแต่ละเมืองได้ง่าย แต่อาจจะต้องซื้อตั๋วเที่ยวภายในเมืองชนิดอื่นเพิ่มเติม มีให้เลือกใช้ตั้งแต่แบบ 1 วัน จนถึง 4 วัน ขึนอยู่กับที่ตั้งของที่พักและความสะดวกของแต่ละคนครับ

    kansai thru pass

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
    Kansai Thru Pass
    JR West Pass
    Osaka Amazing Pass

  • ตัวอย่างเส้นทางที่ (3) เที่ยวในแถบคันโตและคันไซ คือเอา (1) และ (2) มารวมกัน วิธีนี้จะสะดวกมาก เมื่อบินเข้าและออกต่างสนามบินกัน เช่นบินเข้านาริตะเพื่อเที่ยวแถบคันโตก่อนในช่วงต้น เที่ยวแถบคันไซในช่วงหลัง และบินกลับจากโอซาก้า เป็นต้น ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้เราก็จะยังคงไม่ต้องใช้ JR Pass แบบ 7 วัน เพื่อที่จะเลือกใช้พาสเฉพาะเขตหรือเฉพาะเมือง เจาะเป็นจุดๆไปแทน ที่ต้องจ่ายหนักหน่อยคือ ขานั่งจากโตเกียวมายังโอซาก้า ซึ่งจะต้องนั่งชิงคังเซน หรือถ้าจะประหยัดสามารถเลือกนั่งรถบัสตอนกลางคืนก็ได้ครับ (ราคาต่างกันราวครึ่งๆ แต่ก็ใช้เวลามากกว่า 2-3 เท่าตัว)

    ส่วนในกรณีที่ไม่สามารถเลือกสนามบินขากลับเป็นอีกแห่งได้ จำเป็นจะต้องไปกลับสนามบินเดิม และยังมีความต้องการ เที่ยวเส้นทางนี้อยู่ ต้องใช้ JR Pass แบบทั่วประเทศ 7 วันเท่านั้น เพราะว่าเป็นการเดินทางข้ามภูมิภาค จะไม่มีทางเลือกอื่น และต้องเลือกซื้อบัตรเที่ยวเฉพาะเมืองสำหรับในแต่ละวันเพิ่มเติมอีก เรามาลองดูกันดีกว่าครับ ว่าวิธีไหนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่และแบบไหนมีความสะดวกมากกว่ากัน

    กรณีเดินทางไปกลับต่างสนามบินและไมใช้ JR Pass แบบ 7 วัน
    (เส้นทางบินเข้าสนามบินนาริตะ บินออกจากสนามบินคันไซ มีเวลาเที่ยว 9 วัน)

    • วันที่ 1 จากสนามบินนาริตะ นั่งรถไฟเข้าเมืองโดย Keisei Skyliner รวม ตั๋วรถใต้ดิน Tokyo Subway ticket 1 วัน สำหรับเที่ยวรอบเมือง (2,800 เยน) รายละเอียด >> ที่นี่
    • วันที่ 2 เที่ยวนิคโก้ด้วย Tobu All Nikko Pass ไปเช้า-เย็นกลับ หรือค้างคืน (4,520 เยน) รายละเอียด>> ที่นี่
    • วันที่3-4 เที่ยวฟูจิด้วย Fuji-Hakone Freepass (7,200 เยน) ค้างคืนที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ วันรุ่งขึ้นใช้พาสเดิมเที่ยวแถบ Hakone ต่อ เดินทางกลับเข้าโตเกียวช่วงเย็น (ไม่แนะนำให้ขนกระเป๋าใหญ่ติดตัวไป เพราะต้องขึ้นลงเปลี่ยนรถหลายครั้ง ทำให้ลำบากต่อการเดินทางครับ)
    • วันที่ 5 เดินทางเข้าโอซาก้าแต่เช้า ด้วยชิงคังเซน (13,620 เยน) เที่ยวโอซาก้าทั้งวันด้วยตั๋วรถไฟธรรมดา
    • วันที่ 6-8 ใช้ Kansai Thru Pass แบบ 3 วัน (5,200 เยน) เพื่อเที่ยวเมืองเกียวโตและนารา อาจจะใช้เที่ยวเกียวโต 2 วัน (ค้างคืนที่เกียวโต หรือถ้าไม่กลัวเหนื่อยไป-กลับจากโอซาก้าทั้ง 2 วันก็ได้)
    • วันที่ 9 ค่ารถไฟเดินทางเข้าสนามบินคันไซ (890 เยน)

    รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางเบื้องต้น 34,230 เยน

    กรณีเดินทางไปกลับสนามบินเดียวกันและใช JR Pass แบบ 7 วัน
    (เส้นทางบินเข้าออกสนามบินนาริตะ มีเวลาเที่ยว 9 วัน)

    • วันที่ 1 ซื้อ N’EX Tokyo Roundtrip สำหรับไปกลับจากสนามบินนาริตะ (4,000 เยน) รายละเอียด>>> ที่นี่ เที่ยวตัวเมืองโตเกียวทั้งวันด้วยบัตรรถไฟ JR 1 วัน (730 เยน)
    • วันที่ 2 เริ่มใช้ JR Pass วันแรก นั่งชิงคังเซนลงที่สถานี Utsunomiya และต่อรถไฟ JR ไปเที่ยวนิคโก้ (ค่า JR Pass 29,110 เยน)
    • วันที่ 3 ใช้ JR Pass ไปเที่ยวฟูจิ ใช้พาสได้ถึงสถานี Otsuki หลังจากนั้นต้องเสียค่ารถไฟสาย Fujikyu เพิ่มเติม (1,140 เยน)
    • วันที่ 4 ใช้ JR Pass ไปเที่ยวฮาโกเน่ ลงที่สถานี Odawara และต้องซื้อ Hakone Free Pass เพิ่มเติม (3,900 เยน)
    • วันที่ 5 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนมาเที่ยวเมืองโอซาก้า และซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินเพิ่มเติมบางสถานีสำหรับเที่ยวในเมือง
    • วันที่ 6 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนไปเกียวโต ซื้อตั๋วรถบัส 1 วันเพิ่มเติม (500 เยน)
    • วันที่ 7 ใช้ JR Pass นั่งรถไฟจาก โอซาก้า/เกียวโต ไปนารา
    • วันที่ 8 ใช้ JR Pass นั่งชิงคังเซนกลับโตเกียว
    • วันที่ 9 นั่ง N’EX เข้าสนามบินนาริตะ

    รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางเบื้องต้น 39,450 เยน

    สรุป กรณีแรกที่ไม่ใช้ JR Pass และเดินทางเข้าออกคนละสนามบิน จะประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางมากกว่า ส่วนกรณีที่สอง จ่ายแพงกว่า แต่ไม่ใช่ไม่คุ้มนะครับ เพราะเราได้นั่งชิงคังเซนถึง 2 รอบไปกลับโตเกียว-โอซาก้า แถมได้นั่งไปเกียวโตอีกด้วย ถ้ามองถึงความสะดวกสบาย แบบนี้ก็ถือว่าสะดวกกว่าแบบแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดทิศทางและวันในการเดินทางแต่ละวันว่า จะเริ่มใช้ JR Pass ในวันไหนเพื่อให้ครอบคลุมในวันที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยอะที่สุดครับ

  • ขอบคุณภาพหน้าเปิดหัวข้อจาก lilac-november.blogspot.com