ภูมิภาคคันไซ เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ภูมิภาคคันโต ที่มีเมืองหลักอย่าง โอซาก้า เป็นตัวดึงดูด นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาภูมิภาคคันไซ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ขึ้นชื่อ และเป็นที่รู้จักกันคุ้นหูอย่าง เกียวโต, นะระ, เฮียวโงะ และยังมีอีก 2 จังหวัดที่น่าสนใจคือ วะคะยะมะ และ ชิกะ อีกทั้งการเดินทางเข้ายังสามารถทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยบริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติคันไซ (KIX)

การท่องเที่ยวในเมืองคันไซ ถือว่าเที่ยวได้ง่าย ถ้าศึกษาอย่างดีแล้ว สามารถวางแผนเที่ยวได้ประหยัดอีกด้วย ด้วยการใช้พาสเฉพาะภูมิภาค เดินทางข้ามระหว่างเมืองต่างๆในภูมิภาคด้วย 2 ตัวเลือกหลัก คือ JR West Rail Pass – Kansai Area หรือ Kansai Thru Pass นั่นเอง

และสำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นวางแผนเที่ยว และเลือกไม่ถูกว่าจะใช้พาสไหนดี วันนี้ลองมาทำความเข้าใจเบื้องต้น และเลือกใช้ให้เหมาะสมตามแผนเที่ยวของเรากันดีกว่าครับ


1. ทำความรู้จัก พาสแต่ละชนิด

westkansai

JR West Rail Pass – Kansai Area สามารถใช้โดยสารเฉพาะรถไฟของ JR ได้ทุกสาย (ยกเว้นชิงคังเซ็น และรถไฟเอกชนทุกสาย) ครอบคลุมทุกจังหวัดในภูมิภาคคันไซ ที่รถไฟ JR ไปถึง โอซะกะ, เกียวโต, นารา, เฮียวโงะ (โกเบ,ฮิเมจิ), วะคะยะมะ และ ชิกะ พาสมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 1-4 วัน และจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องกันหลังจากทำการเปิดใช้แล้ว
*สามารถใช้เดินทางจากสนามบินคันไซด้วยสาย Haruka Limited Express

  • ประเภท 1 วัน ผู้ใหญ่ 2,300 เยน / เด็ก 1,150 เยน
  • ประเภท 2 วัน ผู้ใหญ่ 4,500 เยน / เด็ก 2,250 เยน
  • ประเภท 3 วัน ผู้ใหญ่ 5,500 เยน / เด็ก 2,750 เยน
  • ประเภท 4 วัน ผู้ใหญ่ 6,500 เยน / เด็ก 3,250 เยน
    *หมายเหตุ เป็นราคาสำหรับซื้อในญี่ปุ่น (ซื้อจากไทย ราคาถูกกว่า ผู้ใหญ่ 100 เยน เด็ก 50 เยน)

ktp

Kansai Thru Pass สามารถใช้โดยสารรถใต้ดิน, รถไฟเอกชน และ รถบัส (ยกเว้นรถไฟของ JR) ไม่ว่าจะเป็น โอซะกะ, เกียวโต, นะระ, เฮียวโงะ (โกเบ, ฮิเมจิ), วะคะยะมะ (รวมถึงโซนโคยะซัง) พาสนี้มีให้เลือกใช้ทั้งแบบ 2 -3 วัน และ ไม่จำเป็นต้องใช้ติดต่อกันแบบต่อเนื่องทุกวันก็ได้
*สามารถใช้เดินทางจากสนามบินคันไซด้วยสาย Nankai Airport Rapid Service

  • ประเภท 2 วัน ผู้ใหญ่ 4,000 เยน / เด็ก 2,000 เยน
  • ประเภท 3 วัน ผู้ใหญ่ 5,200 เยน / เด็ก 2,600 เยน

2. ขอบเขตการใช้งานของพาสแต่ละชนิด

westkansai map

JR West Rail Pass – Kansai Area
– ใช้ขึ้นรถไฟ JR ขบวนธรรมดาได้ไม่จำกัดในโซนที่กำหนด ไม่รวมรถบัส
– ใช้ขึ้นรถไฟ JR ขบวน Haruka limited express ระหว่างสนามบินคันไซ และโอซาก้า/เกียวโต
*ไม่รวมขบวน Shinkansen หรือขบวน Limited express
– พาสนี้ต้องใช้ต่อเนื่องตามจำนวนวันของชนิดที่ใช้ (นับจากเที่ยงคืนวันแรก ถึง เที่ยงคืนวันสุดท้าย)
– นักท่องเที่ยวแสดงพาสปอร์ตก่อนซื้อ จำกัด 1 ใบ 1 คน ต่อหนี่งครั้ง

ขอบคุณภาพประกอบจาก Japan-Guide

ktp map

Kansai Thru Pass
– ใช้ขึ้นรถไฟที่ไม่ใช่ของ JR (non-JR) ได้ไม่จำกัดในโซนที่กำหนด
– ใช้ขึ้นรถบัสที่วิ่งให้บริการในโอซาก้า,เกียวโต,โกเบ,วะคะยะมะ รวมทั้งสาย Nankai, Hankyu, Kintetsu, Keihan
– มีส่วนลดค่าเช้าชมสถานที่ต่างๆในภูมิภาคคันไซ รวมทั้ง ร้านอาคาร และ ร้านค้า
– พาสนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ติดต่อกัน สามารถเว้นวันใช้ได้ แต่ต้องให้อยู่ภายในอายุการใช้งานของบัตร
– นักท่องเที่ยวแสดงพาสปอร์ตก่อนซื้อ ไม่จำกัดจำนวนในการซื้อต่อครั้ง

ขอบคุณภาพประกอบจาก Japan-Guide


เอาละครับ พอทำความรู้จักกันเบื้องต้นไปแล้ว ทีนี้ มาลองดูกันว่า พาสไหนดีกว่ากันยังไง

* การวางแผนขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน เพราะมีหลากวิธีคิด แอดมินขออนุญาตพูดแบบเบสิคในภาพรวมพอนะครับ เพราะถ้าลงรายละเอียดเยอะ จะซับซ้อนเกินไปและทำให้เข้าใจยากครับ

การเดินทางระหว่างเมือง

– JR มีระบบรถไฟที่วิ่งข้ามเมือง ได้สะดวกกว่าและรวดเร็วกว่า จริงอยู่ที่ JR West Rail Pass – Kansai Area ไม่สามารถใช้ขึ้นชิงคังเซ็นได้ แต่ยังมีขบวนด่วนให้เลือกใช้มากมาย แบบชนิดที่วิ่งจากหัวเมืองหนึ่งสู่อีกหัวเมืองหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องแวะจอดสถานียิบย่อยให้เสียเวลา

– ขอเรียกรถไฟที่นอกหนือจาก JR ว่า ระบบรถไฟเอกชน ครับ ระบบนี้ถือว่ามีเครือข่ายทั่วถึงมากกว่า JR ทั้งระหว่างเมืองและในเมือง จึงทำให้ใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า แวะจอดสถานียิบย่อยมากกว่า อาจจะสะดวกกับคนบ้านเค้า แต่อาจจะไม่ทันใจสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราสักเท่าไหร่

=> สรุป ข้อนี้ JR West Rail Pass – Kansai Area ได้คะแนนนำไปครับ ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว แถมถ้าใครพักอยู่แถวสถานี Osaka/Shin-Osaka ด้วยอยู่แล้ว ยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ เพราะแทบไม่ต้องต่อรถอะไรให้วุ่นวาย แต่ถ้าใครพักอยู่แถว Namba/Umeda ก็แอบเชียร์ให้ใช้ Kansai Thru Pass นะครับ เพราะถ้าจะให้ต่อรถเพื่อไปที่สถานีตั้งต้นของ JR ทุกวันคงเหนื่อยแย่

การเดินทางภายในตัวเมือง

=> ข้อนี้สรุปเลยครับว่า Kansai Thru Pass ชนะใสๆ แค่ในตัวเมืองโอซาก้าเอง ก็มีรถใต้ดินที่พาเราไปเที่ยวได้ทุกที่แบบสะดวกสบาย เจาะลึกกว่า JR แล้ว และถ้าพูดถึง เมืองท่องเที่ยวใกล้ๆกัน อย่าง เกียวโต หรือ โกเบ ที่มีรถไฟและรถบัสของเอกชน ให้บริการกันอย่างหนาแน่น แถมถ้าใช้ KTP ก็ไม่ต้องเสียค่าอะไรเพิ่มอีกแล้ว แค่โชว์บัตรก็ขึ้นได้เลย ในขณะที่ JR West Rail Pass – Kansai Area จะต้องควักจ่ายยิบย่อยอะไรอีกเยอะแยะ

แผนเที่ยวแบบค้างหลายเมือง หรือ ไปเช้าเย็นกลับ

– ถ้ามีเวลาน้อย เลือกไปเที่ยวต่างเมืองแบบเช้าเย็นกลับก็ได้ โดยตั้งเบสไว้ที่โอซาก้า เป็นต้น วิธีนี้แนะนำว่าให้ใช้ JR West Rail Pass – Kansai Area ไปเลยครับ เลือกซื้อตามจำนวนวันที่เรามีเช่น มีเวลา 2 วัน อยากไปเกียวโต และ นาราอย่างละวัน แบบเช้าเย็นกลับ แบบ 2 วัน ราคา 4,000 เยน (ถูกกว่า KTP 500 เยน ยิ่งถ้าซื้อพาสในไทย ลดเพิ่มอีก 200 เยน) ข้อดีคือ ใช้เวลาเดินทางระหว่างเมืองน้อยกว่า จะได้ไม่เหนื่อยเดินทางไปกลับมายังโอซาก้ามากนัก

– ถ้ามีเวลามากหน่อย และอยากค้างคืนในแต่ละเมือง อันนี้แนะนำ Kansai Thru Pass เนื่องจากไม่ต้องใช้ต่อเนื่องกัน สามารถหยุดเว้นในวันที่เราพักระหว่างเมืองได้ การจะเลือกใช้พาสในวันไหน ควรคำนวณดูว่า ใช้วันที่เดินทางข้ามเมือง หรือว่า ใช้วันที่เดินทางภายในเมือง เช่นรถบัส รถใต้ดิน อันไหนค่าใช้จ่ายแพงกว่า จะได้ไม่เปิดใช้แบบเสียเปล่าครับ ยอมเสียเงินเพิ่มเล็กน้อยในวันที่ไม่ได้ใช้พาส เพื่อเซฟวันที่เหลือของพาสไปใช้ในวันที่เดินทางมากดีกว่าครับ

เลือกที่พักโซนไหนดี ถึงจะเลือกใช้พาสที่ต้องการใช้ได้

– JR West Rail Pass – Kansai Area ตั้งต้นจาก สถานี Osaka/Tennoji เป็นหลัก มีรถไฟ JR เชื่อมต่อไปยังหัวเมืองต่างๆ ถ้าเน้นไปทาง เกียวโตกับโกเบ แนะนำให้นอนแถวสถานี Osaka ส่วนถ้าอยากไปนารา หรือ วะคะยะมะ มานอนที่สถานี Tennoji จะเดินทางสะดวกกว่า สำหรับการเดินทางไปกลับสนามบิน ด้วยรถไฟสาย Haruka Limited Express จะแวะจอดที่สถานี Tennojji และ Shin-Osaka ก่อนไปสุดสายที่ Kyoto

– Kansai Thru Pass ตั้งต้นจาก สถานี Namba/Umeda เป็นหลัก มีรถไฟสายเอกชน เชื่อมต่อไปยังหัวเมืองต่างๆ ถ้าเน้นไปทาง เกียวโตกับโกเบ แนะนำให้นอนแถวสถานี Umeda ส่วนถ้าอยากไปนารา หรือ โคยะซัง มานอนที่สถานี Namba จะเดินทางสะดวกกว่า สำหรับการเดินทางไปกลับสนามบิน ด้วยรถไฟสาย Nankai Airport Rapid Service จะจอดสุดสายที่สถานี Namba


ตัวอย่างเส้นทางรถไฟ ที่เลือกใช้ประจำ ของพาสทั้ง 2 ชนิด

JR West Rail Pass – Kansai Area
– Osaka => Kyoto โดย JR Kyoto Line Local วิ่งตรง ใช้เวลา 46 นาที
– Osaka => Sannomiya โดย JR Kobe Line Local วิ่งตรง ใช้เวลา 34 นาที
– Osaka => Nara โดย JR Yamatoji Line Rapid วิ่งตรง ใช้เวลา 56 นาที
– Tennoji => Nara โดย JR Yamatoji Line Rapid วิ่งตรง ใช้เวลา 35 นาที
– Osaka => Wakayama โดย JR Kansai Rapid/ JR Kishuji Rapid วิ่งตรง ใช้เวลา 85 นาที
– Tennoji => Wakayama โดย JR Hanwa Line Rapid ใช้เวลา 62 นาที

Kansai Thru Pass
– Umeda => Kyoto โดย Hankyu Kyoto Line ใช้เวลา 65 นาที ต้องลงที่สถานี Karasuma เพื่อขึ้นใต้ดินที่สถานี Shijo ไป Kyoto 
– Umeda => Kawaramachi (Kyoto) โดย Hankyu Kyoto Line วิ่งตรง ใช้เวลา 45 นาที
– Umeda => Kobe-Sannomiya โดย Hanshin Limited Express วิ่งตรง ใช้เวลา 31 นาที
– Osaka-Namba => Kintetsu Nara โดย Kintetsu Nara Line Rapid ใช้เวลา 36 นาที
– Namba (Nankai) => Koyasan โดย Limited Express Koya ใช้เวลา 93 นาที ต้องลงที่สถานี Gokurakubashi เพื่อขึ้น cable car ต่อไปยังสถานี Koyasan