ช่วงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี ภูมิภาคโทโฮขุ กำลังจะก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเต็มตัว และที่อะกิตะ อีกหนึ่งจังหวัดที่ยังคงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เพรียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม บ่อน้ำแร่ธรรมชาติชื่อดัง

IMG_8942

โดยทริปนี้เราบินมาลงที่สนามบินฮาเนดะ และต่อเครื่องภายในประเทศ มาลงที่สนามบิน Akita Airport

เห็นภาพแล้วเจ้าสุนัขอะกิตะ อินุ แล้วรู้เลยว่ามาถึงแล้ว

DSCF9026 copy

ขึ้นมาชั้นบนจะเจอกับพื้นที่ขายของที่ระลึก

DSCF9023 copy

DSCF9027 copy

สำหรับใครที่มาถึงเช้าแบบเรา สามารถหาอาหารรองท้องก่อนได้จากห้องอาหารบนชั้นที่ 2 ของสนามบิน

DSCF9035 copy

ภายในห้องอาหารทานไปชมวิวเครื่องบินไปด้วย

DSCF9036 copy

เราสั่งโซบะร้อนรองท้องก่อนออกตะลุยท่องเที่ยวกันต่อ

DSCF9039 copy

จากนั้นเดินทางออกมายังนอกตัวเมือง ไปตะลุยท่องเที่ยวกันที่ เมืองไดเซ็น (Daisen) ตั้งอยู่บริเวณทางตอนกลางของจังหวัดอะกิตะ สัมผัสกับบรรยากาศเมืองที่เงียบสงบ แต่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่สายสโลไลฟ์จะต้องชื่นชอบมากมาย

เริ่มต้นวันแรกของทริปด้วยการไปสักการะ ศาลเจ้าคารามัตสุ (Karamatsu shrine) ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานกว่า 300 ปีคู่เมืองไดเซ็น ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก ล้อมรอบไปด้วยป่าและต้นสนซีดาร์ ที่มีความสูงกว่า 45 เมตร ให้ความรู้สึกร่มรื่น เงียบสงบ ที่ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการมาขอพรที่เกี่ยวกับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่ การแต่งงาน ขอบุตร รวมไปถึงการขอพรให้หญิงสาวที่ตั้งครรภ์นั้นสามารถคลอดบุตรอย่างปลอดภัย

1

3

7

5

ด้านในตัวศาลเจ้า

6

โดยจะสังเกตเห็นได้จากหมอนข้างเด็กร้อยด้วยกระพรวนจำนวนมาก ที่แขวนไว้ทั่วบริเวณด้านในของศาลเจ้า เพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาจากผู้ที่ได้รับพรให้สมหวัง ไม่เพียงแต่คนในละแวกนี้ ชาวญี่ปุ่นจากหลายๆจังหวัด หรือแม้แต่หญิงชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับชาวต่างชาติก็ต่างเดินทางมาสักการะขอพรกับศาลเจ้าแห่งนี้มากมาย

9

2

8

ภายในบริเวณเดียวกัน ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าไม้ ความแปลกพิเศษของศาลเจ้าแห่งนี้คือตั้งอยู่กลางบ่อน้ำล้อมรอบ โดยท่านเจ้าของผู้เป็นทายาทของตระกูล ได้พาเราเข้าชมและเล่าถึงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าไม้กลางน้ำแห่งนี้ว่า เดิมทีศาลเจ้าแห่งนี้เป็นเพียงศาลเจ้าประจำตระกูลของท่าน มีอายุสืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี ผู้ที่เข้ามาสักการะศาลเจ้า Karamatsu ด้านในก็มักจะเข้ามาเยี่ยมชมสวนพร้อมสักการะศาลเจ้าประจำตระกูลของท่านไปพร้อมๆกัน เมื่อมีผู้สมหวังตามปรารถนาก็จะนำก้อนหินทรงกลมมน มาวางไว้ที่ศาลเจ้ากันจนเป็นธรรมเนียม จนทางตระกูลท่านได้นำมาสร้างถมบริเวณศาลเจ้าดังที่เห็นในภาพ

10

แนวต้นสนซีดาร์ที่มีความสูงกว่า 45 เมตรที่อยู่คู่กับศาลเจ้าแห่งนี้มานับร้อยปี

11

ศาลเจ้า Karamatsu

ที่อยู่: Shitadai-84 Kyowasakai, Daisen, Akita Prefecture 019-2411
โทรศัพท์: +81 18-892-3002
เวลาทำการ : 9.00 น. -16.00 น.
วันหยุด : –
ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Ugosakai เดินประมาณ 10 นาทีหรือโดยสารรถแท็กซี่
เว็บไซต์


ไม่ไกลกันจากศาลเจ้าคารามัตสุ เป็นที่ตั้งของ ซากปราสาทเก่าฮตตะโนะซะขุ (Hotta no Saku) ที่สร้างขึ้นโดยรัฐบาลในช่วงยุคสมัยเฮอัน (ราวปีค.ศ. 784-967) ภายหลังได้ถูกทำลายแล้วสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงละครโนห์ (Noh) ด้านในยังแบ่งเป็นพื้นที่ใช้จัดแสดงและเก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงละครโนห์ เช่น หน้ากาก ชุดละครอีกทั้งข้อมูลต่างๆ

JZBRE9651

DSCF9146 copy

เวทีที่ใช้สำหรับทำการแสดงละครโนห์

IMG_8697

ภายในตัวห้องโถงหลัก

IMG_8703

LXDDE9073

เครื่องแต่งกายที่ใช้สำหรับการแสดงละครโนห์

IMG_8800

หน้ากากที่ใช้สำหรับการแสดงละครโนห์

IMG_8801

ซากปราสาทเก่า Hotta no Saku และโรงละครโนห์
เวลาทำการ : 9.00 น. -16.00 น.
วันหยุด : เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น
ค่าเข้าชม : –
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Omagari โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์


อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอะกิตะ ก็คือสาเกรสชาติเยี่ยม ด้วยการยอมรับให้ที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้าวชั้นดีระดับประเทศ  เราจึงเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตสาเกที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นชื่อ Suzuki Shuzoten Hideyoshi Sake Brewery ที่สืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 320 ปี ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1689 โดยปัจจุบันดำเนินการบริหารโรงงานสาเกแห่งนี้เป็นรุ่นที่ 19 แล้ว ด้วยกรรมวิธีการบ่มที่อาศัยประสบการณ์และทักษะขั้นสูง จึงทำให้สาเกของที่นี่มีชื่อเสียงจนได้รับรางวัลมากมาย รสชาตินุ่ม ดื่มง่าย มีรสหวานนิดๆ ไม่ขมเหมือนสาเกทั่วไป

DDRTE0675

ทางเดินเข้าสู่ประตูโกดังด้านในโรงงาน

DSCF9196 copy

ภายในโรงงานยังมีสวนสวยสไตล์ญี่ปุ่น

JEGTE0102

ทดลองชิมสาเกข้าว (อามะสาเก)

Snapseed 6
โรงงานผลิตสาเก Suzuki Shuzoten Hideyoshi Sake Brewery
เวลาทำการ : 9.00 น. -16.00 น.
โดยจะแบ่งเวลาเข้าชมโรงงานเป็น 2 ช่วงเวลาคือ 9.00 -12.00 น. และ 13.00 น. – 16.00 น.
วันหยุด : ปิดการเข้าชมโรงงานในช่วง 29 ธันวาคมถึง 3 มกราคม
ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kakunodateโดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที หรือเดินจากสถานีรถไฟ Ugo Nagano ประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมโรงงานสามารถสำรองทัวร์เข้าชมโรงงานได้ทางอีเมล์ info@hideyoshi.co.jp หรือโทร 0187-56-2121 (มีไกด์ทัวร์โรงงานสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้)


เริ่มต้นเช้าวันที่สองของทริป เราเดินทางไปชม โรงงานผลิตน้ำมะเขือเทศ Daisen Sounou โดยที่นี่เป็นโรงงานไม่ใหญ่มาก ใช้พนักงานทั้งหมดเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นการผลิตโดยใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมทั้งหมด

IMG_8903

น้ำมะเขือเทศของโรงงานแห่งนี้จะใช้มะเขือเทศสายพันธุ์ natsu no shun มีลักษณะผลไม่ใหญ่มาก หน้าตาคล้ายกับมะเขือเทศของบ้านเรา เปลือกแข็ง รสชาติกลางๆ ไม่หวานและไม่เปรี้ยวเกินไป เวลานำมาทำน้ำผลไม้จะได้ไม่หวานติดปาก โดยปกติมะเขือเทศของญี่ปุ่นทั่วไปจะเป็นสายพันธุ์ลูกใหญ่ ผลมีสีแดงอ่อน เปลือกบาง รสหวานมากและอมเปรี้ยว

ในทุกๆเช้าจะเริ่มต้นด้วยการคัดผลผลิตจากเกษตรกร โดยจะคัดผลที่มีคุณภาพดีและที่สำคัญจะต้องปลอดยาค่าแมลงและสารเคมี เน้นเก็บตอนเป็นสีแดงแล้ว

  •  คัดผลที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ตัดส่วนใบออก
  • ทำการล้างทำความสะอาด โดยใช้น้ำระบบบับเบิล เพื่อการทำความสะอาดได้ทั่วถึง จากนั้นใช้เกลือผสมกับน้ำสะอาดเสปรย์ไปให้ทั่วผล ล้างทำความสะอาดอีก 1 ครั้ง แล้วทำการตรวจผลมะเขือเทศอีกครั้งโดยใช้แรงงานคนตรวจสอบ
  • จากนั้นเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำมะเขือเทศ โดยโรงงานงานแห่งนี้จะสามารถผลิตได้เพียงวันละ 10 ตันหรือราวชั่วโมงละ 1200 กิโลกรัม โดยจะทำการผลิตน้ำผลไม้เพียงแค่ในช่วงหน้าเก็บเกี่ยวมะเขือเทศในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน และในช่วงหน้าหนาวจะเป็นการทำผลผลิตของน้ำแอปเปิ้ล

IMG_8906

โดยผลผลิตที่สำเร็จรูปแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 สูตรคือ
ซองสีขาว – น้ำมะเขือเทศธรรมชาติ
ซองสีแดง – น้ำมะเขือเทศเข้มข้น
ซองสีเหลือง – น้ำมะเขือเทศผสมน้ำแอปเปิ้ล
โดยทุกสูตรไม่ผสมน้ำตาล

DSCF9233 copy

โรงงานผลิตน้ำมะเขือเทศ Daisen Sounou
เวลาทำการ : 9.00 น. -17.00 น.
วันหยุด : ปิดทำการทุวันจันทร์และวันอังคาร
ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Ugo-Nagano โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10-15 นาที
เว็บไซต์


สวนเก่าแก่ของตระกูลอิเคดะ (Former Ikeda Family Garden) อีกหนึ่งสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ว่ากันว่าที่สวนแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 42,000 ตารางเมตร เทียบเท่ากับขนาดของโตเกียวโดมเลยทีเดียว

DSCF9244 copy

โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้นสวนแห่งนี้จะสวยงามเป็นพิเศษ เงาของตึกสไตล์ยุโรปแห่งแรกของจังหวัดอะกิตะสะท้อนกับเงาในสระน้ำภายในสวน ผสมผสานกับโคมไฟหินโทโรแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีขนาดความสูงกว่า 4 เมตร ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความสวยงามของสวนแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย

IMG_2579

บริเวณโกดังใช้เก็บผลผลิตและอุปกรณ์ต่างๆ

IMG_2569

บริเวณโรงครัวและห้องใต้ดินกระจกที่ใช้สำหรับเก็บรักษษและถนอมอาหาร

DSCF9266 copy

ภายในห้องจัดแสดงประวัติได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณมากมาย อีกทั้งยังมีนิทรรศการขนาดย่อมๆ ที่จัดแสดงถึงความดีความชอบที่ตระกูลอิเคดะนั้น ได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย จนเป็นที่รักของชาวอะกิตะ โดยคุณอิเคดะผู้เป็นเจ้าของที่ดินมากมาย นั้นเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย มีอำนาจรวมถึงสมบัติมากมาย แต่ท่านก็ได้อุทิศตนรวมถึงทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอะกิตะให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ที่ท่านทำข้าวกล่องจำนวนมากมายเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเด็กนักเรียนเพื่อเป็นอาหารกลางวัน หรือจะจัดพื้นที่ในคฤหาสน์บางส่วนเพื่อเป็นโรงเรียนสอนวิชาป้องกันตัวเคนโด้แก่เด็กๆ อีกทั้งยังสร้างโรงพยาบาลขนาดเล็กเพื่อให้ผู้ป่วยที่ยากไร้ได้เข้ามาใช้บริการแบบไม่ต้องเสียเงิน

DSCF9249 copy

DSCF9258 copy

ตึกสไตล์ยุโรปแห่งแรกของจังหวัดอะกิตะ

IMG_2719

โคมไฟหินโทโรแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีขนาดความสูงกว่า 4 เมตร

CTRAE9110
สวนเก่าแก่ของตระกูลอิเคดะ (Former Ikeda Family Garden)
เวลาทำการ : 9.00 น. -16.00 น.
วันหยุด : เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น
ค่าเข้าชม : 300 เยน
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Omagari โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์


ช่วงบ่ายเข้าชม พิพิธภัณฑ์ดอกไม้ไฟแห่งเมืองไดเซ็น
Hanabi Tradition and Culture Preservation Museum “Hanabi・um”

ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ Maruko จัดแสดงขั้นตอนและกรรมวิธีการผลิตดอกไม้ไฟจนมีชื่อเสียงในฐานะของผู้จัดงานเทศกาลดอกไม้ไฟแห่งเมือง Omagari ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 ชั้นไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการผลิตดอกไม้ไฟ วิธีการผสมสี  อีกทั้งยังมีโรงภาพยนต์ขนาดย่อมๆ จัดแสดงภาพยนตร์ดอกไม้ไฟบนจอ 4K แบบสมจริงเสมือนไปนั่งชมอยู่ในงาน

IMG_2593

บริเวณจัดแสดงขั้นตอนและวิธีการผลิตดอกไม้ไฟ

IMG_2588

ตัวอย่างดอกไม้ไฟ

CUQBE6067

ECHXE6128

IMG_2591

ห้องจัดแสดงเกียรติประวัติของคณะผู้จัดทำดอกไม้ไฟในแต่ละปี

IMG_2596
พิพิธภัณฑ์ Hanabi Tradition and Culture Preservation Museum “Hanabi・um”
เวลาทำการ : 9.00 น. -16.00 น.
วันหยุด : ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Omagari  เดินประมาณ 10 นาที หรือโดยสารรถแท็กซี่
เว็บไซต์ : https://hanabimuseum.jp/


ไฮไลท์ของทริปนี้คือการไปชมความอลังการของ งานเทศกาลแข่งขันประกวดดอกไม้ไฟแห่งชาติ Omagari Fireworks – Autumn Chapter จัดแสดงขึ้นบริเวณริมปากแม่น้ำ Omono ตื่นตาไปกับโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่ของดอกไม้ไฟมากกว่า 8000 นัด ที่ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านการแสดงดอกไม้ไฟโดยเหล่าช่างทำดอกไม้ไฟทั่วประเทศ ที่มาประชันฝีมือกัน สร้างความสวยงามเป็นสีสันบนฟากฟ้า โดยมีผู้เข้าร่วมงานแต่ละครั้งนับหมื่นคน >> ข้อมูลเพิ่มเติม

DSCF9392 copy

การแสดงดอกไม้ไฟในครั้งนี้เป็นการเปิดจำหน่ายบัตรสำรองที่นั่งล่วงหน้า

IMG_8981

ทานเบนโตะรองท้องก่อนเริ่มชมการแสดงดอกไม้ไฟ

IMG_9002

ตัวอย่างของดอกไม้ไฟ งานเทศกาลแข่งขันประกวดดอกไม้ไฟแห่งชาติ Omagari Fireworks – Autumn Chapter

IMG_2639

IMG_2641

IMG_2652

DSCF9852

IMG_2793


เช้าวันสุดท้ายของทริปเราเดินทางไปชมความสวยงามของ ทะเลสาบทะซะวะ (Lake Tazawa) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติ Towada-Hachimantai มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะทะเลสาบที่มีความลึกที่สุดในประเทศ นอกจากความลึกและกว้างใหญ่แล้ว ความใสของน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ยังไม่เป็นรองใคร ด้วยจุดเด่นของที่นี่คือไม่ว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงเพียงใด น้ำในทะเลสาบแห่งนี้จะไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง อย่าลืมถ่ายภาพกับแลนด์มาร์ครูปปั้นสีทองอร่ามของเจ้าหญิงทัตสึโกะหญิงสาวผู้เป็นตำนานของทะเลสาบแห่งนี้

การเดินทาง จากสถานี Tazawako นั่งรถเมล์สาย Tazawako Circuit ไปยังป้าย Tazawa-Kohan ใช้เวลา เดินทางประมาณ 12 นาที ราคา 360 เยน รวมถึงรถบัสที่มุ่งหน้าไป Nyoto Onsen และ Tamagawa Onsen ก็จะผ่านป้ายนี้เช่นกัน

VKASE3758

สังเกตความใสของน้ำในทะเลสาบแห่งนี้

YFJHE5093

ศาลเจ้าเล็กๆตั้งติดกันกับรูปปั้นของเจ้าหญิงทัตสึโกะ

IMG_2899


ไม่ไกลกันเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าโกะซะโนะอิชิ (Gozanoishi Shrine) ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาเทพเจ้าแห่งความเยาว์วัยและเทพเจ้าประจำทะเลสาบทะซะวะ อีกทั้งยังสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ เจ้าหญิงทัตสึโกะ ผู้เป็นแลนด์มาร์คตั้งตระหง่านอู่บริเวณทะเลสาบทะซะวะ บริเวณภายในศาลเจ้า จะมีรูปปั้นเจ้าหญิงที่เป็นมังกรครึ่งร่าง ร่องรอยของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ตามตำนาน ผู้ซึ่งมาที่นี่เพื่อดื่มน้ำเพื่อให้เป็นสวยเป็นอมตะและอ่อนเยาว์ แต่เพราะนางขาดความยับยั้งใจจนดื่มน้ำมากเกินไป ทำให้ต้องคำสาปให้กลายร่างเป็นครึ่งมังกรน้ำอยู่ภายในทะเลสาบแห่งนี้

การเดินทาง จากสถานี Tazawako นั่งรถเมล์สาย Tazawako Circuit ลงป้าย Gozanoishi

IGPOE9021

บริเวณศาลเจ้าหลัก

IMG_2852

รูปปั้นเจ้าหญิงที่เป็นมังกรครึ่งร่าง

DSCF9996 copy

เสาโทริอิขนาดใหญ่หันหน้าออกสู่ทะเลสาบทะซะวะ

YCABE3249


ช่วงบ่ายเดินทางไปกันต่อที่ หุบเขาดาคิกะเอริ (Dakigaeri Gorge) อีกหนึ่งสถานที่ทางธรรมชาติที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮขุ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เดินเที่ยวชมตามน้ำตกน้อยใหญ่ สัมผัสกับทัศนียภาพของหุบเขาแห่งนี้ได้บนสะพานแขวน “Kami No Ishibashi” สีแดงขนาดใหญ่ที่เชื่อมหน้าผาทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน

การเดินทาง จากสถานี JR Jindai บนสายรถไฟ JR Tazawako Line โดยสารรถแท๊กซี่ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หรือจากสถานี JR Akita Shinkansen โดยสารรถแท๊กซี่ ลงที่สถานี Kakunodate ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

DWRHE9199

สะพานแขวน “Kami No Ishibashi”

HRGKE9150

QJHKE2421

IMG_2887

เดินเข้ามาด้านในราว 1.1 กิโลเมตรจะพบกับน้ำตก Mikaeri no Taki

IMG_2884


จากนั้นไปเยี่ยมชมถิ่นซามูไรกันที่ ย่านคะคุโนะดะเตะ (Kakunodate Samurai District) ย่านชุมชนซามูไรเก่าแก่ ในอดีตนั้นจังหวัดอะกิตะ เป็นที่ตั้งของชุมชนซามูไรจำนวนมากถึง 80 ตระกูล บรรยากาศของชุมชนหมู่บ้านซามูไรตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 นั้นยังคงความสวยงามอยู่เช่นดังในวันวาน อีกทั้งบ้านหลายหลัง ยังได้รับการดูแลไว้เป็นอย่างดีเยี่ยมในสภาพแบบเดิม

การเดินทาง จากสถานีรถไฟ JR Kakunodate เดินประมาณ 20 นาทีหรือโดยสารรถแท๊กซี่ประมาณ 5 นาที

dkdk

EBVZE3172

IMG_2924

สำหรับผู้ที่อยากจะเที่ยวชมให้รอบหมู่บ้านอาจจะนั่งรถลากคินนิกฉะ รถลากโบราณสีแดงที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้เสมือนย้อนยุคกลับไปในสมัยนั้น ขณะนั่งผู้ลากก็จะคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ

IMG_2926

เราเดินทางเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์บ้านอะโอยะงิ (Aoyagi House) ด้านในเป็นคฤหาสน์ของซามูไรชั้นสูงขนาดใหญ่ หลายอาคารด้านในถูกจัดให้เป็นที่นำเสนอข้อมูลในด้านประวัติศาสตร์ รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของซามูไรในยุคก่อนมากมายซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้

akita-07

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของเหล่าบรรดาซามูไรชั้นสูง

akita-08