ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนธันวาคม จะเป็นช่วงของฤดูที่มีสีสันมากที่สุดของปี มีอากาศเย็นสบายกำลังดี ฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้สลับสีสันแดง ส้ม เหลือง สวยงาม ก่อนที่จะผลัดใบร่วงรงลงสู่พื้นเข้าสู่ฤดูหนาว เป็นช่วงที่เหมาะจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ได้ทั้งประเทศ โดยใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มจากเหนือสู่ใต้ จะไล่ตั้งแต่ทางฮอกไกโด ไปจนถึงเกาะคิวชู ในบทความนี้จะขอแนะนำจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น ที่รับรองว่าไปแล้วจะต้องไม่ผิดหวังแน่นอน

japan autumn

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine)

ศาลเจ้าของเทพเจ้าแห่งน้ำ ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต (Kyoto) คงเอกลักษณ์ของเสาโคมไฟที่ตั้งเรียงรายขนานไปกับขั้นบันไดหินสู่ตัวศาลเจ้า โดยฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูที่คนนิยมมาเที่ยวชมกันอย่างมาก เนื่องจากอยู่ด้านบนเขาพื้นที่แห่งนี้ก็มักจะพบเห็นใบไม้เปลี่ยนสีก่อน ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยสีสันของของใบไม้เปลี่ยนสี และอีกหนึ่งช่วงคือช่วงฤดูหนาว พื้นที่แห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะ อีกทั้งยังมีการจัดแสดงไฟ Light Up ให้ได้ตื่นตากันในเวลากลางคืนอีกด้วย (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC09847

  • การเดินทาง : โดยรถไฟ Keihan สาย Eizan จากสถานี Demachiyanagi นั่งมาลงที่สถานี Kibuneguchi จากนั้นโดยสารรถบัสมาลงที่ป้ายรถบัส Kibune guchi-Mae โดยสารรถบัสหมายเลข 33 ไปยังป้าย Kibune แล้วเดินต่อไปยังศาลเจ้าอีกประมาณ 5 นาที
  • เวลาทำการ : 6.00 – 20.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทางเดินต้นโมมิจิ (Momiji Kairo)

ทางเดินต้นโมมิจิ หรือมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Maple Corridor ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ  (Kawaguchiko) จังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi) เลียบแม่น้ำสายเก่า Nashikawa เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสุดโรแมนติกแห่งหนึ่งในแถบภูเขาฟูจิ โดยช่วงที่งดงามที่สุดจะเป็นปลายฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้ร่วงหล่นลงมากองตามทางแม่น้ำปกคลุมจนกลายเป็นสีส้มแดงไปทั่วทั้งบริเวณ และในช่วงกลางคืนจะมีการประดับไฟให้ได้ชมกันอีกด้วย (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

kawa03

  • การเดินทาง : จากสถานี Kawaguchiko นั่ง Retro Bus หมายเลข 19 มาลงที่พิพิธภัณฑ์ Kubota Itchiku Kimono Museum และเดินต่อมาได้
  • เวลาทำการ : 9.00-19.00 น. ประดับไฟ Light up จนถึงเวลา 22.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

กระเช้าชินโฮทะกะ (Shin-Hotaka Ropeway)

ตั้งอยู่ที่เมืองทะคะยะมะ (Takayama) จังหวัดกิฟุ (Gifu) กระเช้าเคเบิลคาร์สองชั้น ที่จะพาขึ้นไปชมวิวของเทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือ (Northern Alps) ที่ระดับความสูง 2,156 เมตรจากน้ำทะเล บริเวณด้านบนยอดเขาจะเป็นที่ตั้งของอุทยานธรรมชาติเซ็นโกะคุเอ็นจิ (Sengokuenchi Nature Park) ระหว่างสถานีทั้งสอง จะเป็นเส้นทางเดินเขาที่สวยงาม ได้ดื่มด่ำดอกไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะดอกไม้ที่ขึ้นบนเทือกเขาแอลป์ และความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะขยายเวลาการให้บริการ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้รอเวลาชมพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษ (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC09625

  • การเดินทาง : จากสถานี Takayama นั่ง Nohi bus ลงที่ป้าย Shinhotaka Ropeway ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • เวลาทำการ : 8.00-16.45 น. ประดับไฟ Light up จนถึงเวลา 22.00 น.
  • ค่าโดยสาร : กระเช้าไปกลับ 2,900 เยน

หมู่บ้านวัฒนธรรมฮิดะ (Hida no sato)

ตั้งอยู่ที่เมืองทะคะยะมะ (Takayama) จังหวัดกิฟุ (Gifu) รวบรวมบ้านโบราณทรงกัชโชทสุคุริ ทรงเดียวกับหมู่บ้านชิราคาวะโก เอาไว้กว่า 30 หลัง บนพื้นที่กว่า 99,000 ตร.ม. ให้ได้บรรยากาศย้อนยุคไปในสมัยก่อน โดยอาคารแต่ละหลังจัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม รวมถึงผลงานฝีมือที่น่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของชาวบ้านในยุคโบราณ และตอนกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงามอีกด้วย (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC09661

  • การเดินทาง : จากสถานี Takayama ขึ้นรถ Sarubobo bus ใช้เวลา 10 นาที
  • เวลาทำการ : 8.30 – 17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : 700 เยน

คามิโคจิ (Kamikochi)

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติจูบุซังกะคุ (Chubu Sangaku National Park) จังหวัดนะกะโนะ (Nagano) ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยดอกไม้พืชพันธุ์ สัตว์ป่านานาพรรณและนกหายาก ที่ได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดีนับร้อยปี โดยได้ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปชื่นชมความงามทางธรรมชาตินี้ได้ ตั้งแต่  17 เมษายน ถึง 15 พฤศจิกายน โดยไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปได้ เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และสภาพแวดล้อมให้บริสุทธิ์ นักท่องเที่ยวต่างต้องการชมภาพของเทือกเขาอันตระการตา ของทิวเขาโฮทากะ และ ยอดเขายาเคะดาเกะ ที่สะท้อนกับน้ำที่ใสบริสุทธิ์ตรงบริเวณ สะพานคัปปะ (Kappabashi) ที่เป็นจุดศูนย์กลาง และเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของคามิโคจิ (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC09275

  • การเดินทาง : จากสถานี Shin-shimashima ขึ้นรถบัส ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle)

สมบัติประจำชาติ อายุ 400 ปี ที่เมืองมัตสุโมโตะ (Matsumoto) จังหวัดนะกะโนะ (Nagano) เป็นปราสาทที่สร้างบนพื้นราบ (ปราสาทญี่ปุ่นมี 3 ประเภทคือ บนภูเขา บนเนินเขา และพื้นราบ) จึงต้องสร้างคูน้ำล้อมรอบไว้ 3 ชั้น ปัจจุบันรอบนอกชั้นที่ 2 และ 3 เหลือเพียงบางส่วน สมัยก่อนคลองชั้นในจะลึกถึง 3 เมตร และเป็นน้ำดำสกปรก เพื่อให้ข้าศึกเดาไม่ออกว่าลึกเท่าไหร่ ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิม และสามารถเห็นปราสาทสะท้อนน้ำและเทือกเขาแอลป์ได้พร้อมกัน ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ในแถบนี้ใบไม้เปลี่ยนสีสันเข้าช่วงพีคแล้ว โดยเฉพาะสวนรอบปราสาทมัตสุโมโตะ ที่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC09022

  • การเดินทาง : จากสถานี Matsumoto เดินประมาณ 15 นาที
  • เวลาทำการ : 8.00 – 17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : 610 เยน

สวนซังเคเอ็น (Sankeien)

สวนสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮะมะ (Yokohama) จังหวัดคะนะงะวะ (Kanagawa) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 175,000 ตารางเมตร และมีความงดงามต่างกันไปในทุกฤดู ภายในสวนยังคงอนุรักษ์บ้านญี่ปุ่นแบบโบราณเอาไว้ ที่นำมาจากหลายแห่งนำมารวมกันไว้ในสวนแห่งนี้ ซึ่งได้รับการคุ้มครองให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมโดยรัฐบาล หนึ่งในนั้นคือเจดีย์ไม้สามชั้นที่ตั้งอยู่บนเขาด้านในสุดของสวน โดยเดิมทีอาณาบริเวณสวนทั้งหมดนี้เป็นบ้านของ Tomitaro “Sankei” Hara (มีชีวิตระหว่างปีค.ศ.1869-1939) พ่อค้าไหมที่ร่ำรวยมากในยุดคนั้น และได้เปิดสู่สาธรณะในปีค.ศ.1906 (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC08358

  • การเดินทาง : จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Tokaido ลงที่สถานี Yokohama ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ออกทางออกฝั่งตะวันออก ขึ้นรถบัสที่ป้ายหมายเลข 2  ขึ้นรถบัสหมายเลข 8 หรือ148 ลงที่ป้าย Honmoku Sankeien mae และเดินต่ออีก 5 นาที
  • เวลาทำการ : 9.00 – 17.00 น. (เข้าได้ถึง 16.30 น.)
  • ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 200 เยน

นิวโตอนเซ็น (Nyuto Onsen)

แหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองทะซะวะโกะ (Tazawako) จังหวัดอะกิตะ (Akita) อนเซนแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในหุบเขาดังนั้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คงไม่ต้องบอกกันเลยว่าการแช่อนเซนกลางแจ้งท่ามกลางบรรยากาศทิวทัศน์ของใบไม้สีเหลือง ส้ม และแดงไล่เฉดสีกันไปทั่วทั้งทิวเขานั้นจะฟินขนาดไหน (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

akita-12

  • การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Tazawako โดยสารรถประจำทาง Regular Bus – Ugo-Kotsu ที่เดินทางไป Nyutou Onsen จากนั้นลงที่ป้ายรถประจำทาง Arupa Komakusa ผู้เข้าพักต้องโทรนัดรถโรงแรมล่วงหน้าเพื่อให้มารับตามเวลา

ภูเขาทาคาโอะ (Mount Takao)

ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของโตเกียว (Tokyo) สามารถเดินทางมาจากชินจูกุได้อย่างสะดวกสบายโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ที่นี่มีการตัดเส้นทางไว้สำหรับปีนเขา เพื่อให้นักปีนเขามือใหม่และมืออาชีพสามารถเพลิดเพลินกับการปีนเขาได้ พลางชมวิวสีสันสดใส ของใบไม้เปลี่ยนสีตลอดเส้นทาง (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC07988

  • การเดินทาง : จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟสาย JR Chuo Special Rapid Service ลงที่สถานี Takao ใช้เวลา 1 ชั่วโมง (สามารถใช้ JR TOKYO Wide Pass ได้) จากนั้นต่อรถไฟสาย Keio Electric Railway Takao ลงที่สถานี Takaosanguchi ใช้เวลา 3 นาที และเดินไปยังจุดขึ้นกระเช้า 5 นาที
  • เวลาทำการ : กระเช้า 8.00-17.45 น.
  • ค่าโดยสาร : กระเช้าไป-กลับ 930 เยน

วัดเอ็นกะคุจิ (Engakuji)

วัดนิกายเซ็นที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่สอง ในบรรดาวัดนิกายเซ็นที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 แห่งของเมืองคะมะคุระ (Kamakura) อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1282 โดย Hojo Tokimune ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยจะมี ประตูซันมง (Sanmon) ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ที่สร้างขึ้นในภายหลังเมื่อปีค.ศ.1783 (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC07832

  • การเดินทาง : จากสถานี Kamakura ขึ้นรถไฟลงสถานี Kita-Kamakura
  • เวลาทำการ : 8.00-16.30 น.
  • ค่าเข้าชม : 300 เยน

ศาลเจ้าชินงูคุมะโนะ (Shingu Kumano)

ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) สร้างขึ้นครั้งแรกราวปีค.ศ.1055 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ โดดเด่นด้วยวิหารกลางที่ยกระดับขึ้นสูงและยึดโครงสร้างไว้ด้วยเสาไม้ขนาดใหญ่ถึง 44 ต้น ด้านหน้าทางเข้าจะพบกับต้นแปะก๊วย หรือที่เรียกกันว่า กิงโกะ ขนาดยักษ์ตั้งตระหว่านอยู่ มีอายุกว่า 800 ปี จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมายังศาลเจ้าเพื่อชมความยิ่งใหญ่นี้ (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

DSC00455

  • การเดินทาง : จากสถานี Aizu-Wakamatsu โดยสารรถไฟสาย Ban-etsu West มาลงที่สถานี Kitakata ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นโดยสารแท้กซี่อีกประมาณ 10 นาที (ค่ารถ 2,000 เยน)
  • เวลาทำการ : 8.00-17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย 200 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-เด็กเล็ก เข้าฟรี

ชูเซนจิ ออนเซ็น (Shuzenji Onsen) 

หมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆบนภูเขา ในจังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ถูกจัดอันดับเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุด 1 ใน 100 ของญี่ปุ่น ส่วนชื่อ ชูเซนจิ นั้นมาจากชื่อของ วัดชูเซนจิ (Shuzenji) ซึ่งเป็นวัดพุทธฯนิกายเซน ที่มีความเก่าแก่มาก โดยตัวอาคารต่างๆในปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

izu 2.24

  • การเดินทาง : จากสถานี Kawazu ขึ้นรถบัส Tokai มาลงที่ป้าย Shuzenji Onsen
  • ค่าเข้าชม: ไม่มี

สวนสาธารณะโอคาซะกิอีสท์พาร์ค (Okazaki East Park)

สวนฮิกาชิและสวนสัตว์ขนาดย่อม (Higashi Park and Mini Zoo) ที่เมืองโอคาซะกิ (Okazaki) จังหวัดไอจิ (Aichi) เป็นสถานที่ที่ผู้คนในเมืองนิยมมาเดินเล่นและพักผ่อน บรรยากาศภายในสวยงามและร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้ และมีสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของสวนแห่งนี้ คือรูปปั้นไดโนเสาร์ขนาดเท่าไซส์จริงตั้งอยู่หลายชนิด เหมาะกับการมาเดินทอดน่องสูดอากาศสดชื่นพร้อมชมบรรยากาศสวยๆของใบไม้เปลี่ยนสี ห้ามพลาดมาสัมผัสกับสวนสัตว์ขนาดย่อมแบบฟรีๆ (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

EPHZE4884

  • การเดินทาง : จากสถานี Otogawa เดินประมาณ 20 นาที
  • เวลาทำการ : สวนสัตว์ 9.00 – 15.30 น. / บริเวณสวนสาธารณะ เปิดถึง 16.30 น.
  • ค่าเข้าชม : ไม่มี

เมืองทาคาจิโฮ (Takachiho)

เมืองท่องเที่ยวแห่งจังหวัดมิยะซะกิ (Miyazaki) ไฮไลท์เด็ดกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือการพายเรือชมบรรยากาศสวยๆใน หุบเขาทาคาจิโฮ (Takachiho Gorge) ที่มีแม่น้ำโกคัสเซะ (Gokasse) ไหลผ่านกลางหุบเขาขนาบอยู่สองข้างทาง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ทำให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้รังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างงดงาม (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

Snapseed(9)

  • การเดินทาง : จากสถานี Miyazaki โดยสารรถบัสลงป้าย Takachiho Bus Center แล้วต่อแท็กซี่อีก 6 นาที
  • เวลาทำการ : 8.30 – 17.00 น.
  • ค่าใช้จ่าย : ค่าเช่าเรือพาย ราคา 2,000 เยน ต่อ 30 นาที (เช่ารอบสุดท้าย 16.30 น.)

เมืองบิฟุกะ (Bifuka)

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ได้ยินมาว่าที่ Torokko Kingdom Bifuka รางรถไฟเก่าที่เคยถูกใช้จริงในอดีต ถูกเปลี่ยนมาเป็น เส้นทางสำหรับรถรางโยก คันจิ๋ว สายสั้น ๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ การนั่งและขับ รถรางแบบติดตั้งเครื่องยนต์ แล่นผ่านอุโมงป่า ชิราคาบะ (Shirakaba) ที่ช่วยเติมความรู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี จุดเด่นคือ ทั้งตัวสถานี ไฟสัญญาณเตือน ตลอดจนไม้กั้นนั้น ล้วนเป็นของเก่าที่ใช้มาตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังมีรถไฟวิ่งอยู่จริงๆ นั่นเอง (อ่านรีวิวเพิ่ม >> ที่นี่)

bifuka 12

  • การเดินทาง : จากสถานี Bifuka ขึ้นรถ Meishi Bus ลงที่ป้าย Niupu Machiaijo
  • เวลาทำการ : 9.00-16.00 น.
  • ค่าเข้าชม: 1,500 เยน