หากไปเที่ยวแถบโตเกียวแล้วมีเวลาว่างๆ 1-2 วัน เกิดอาการเบื่อเมืองใหญ่ อยากไปเที่ยวนอกเมืองสัมผัสธรรมชาติ มีเมืองไหนแนะนำบ้าง? อันที่จริงแล้วแถบภูมิภาคคันโตนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่าสนใจเดินทางได้ไม่ไกลจากตัวเมืองโตเกียว

เราสามารถใช้เวลาเพียงทั้งวันเที่ยวเพิ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ หรือหากใครที่มีเวลามากหน่อย อยากจะท่องเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ พักหลับนอนค้างคืนซักคืน แช่ออนเซ็นคลายความปวดเมื่อย ได้ทานอาหารอร่อยๆแบบไคเซกิแท้ๆซักมื้อคงจะดีไม่น้อย

วันนี้เราจะขอแนะนำ เมืองฮาโกเนะ (Hakone) อีกหนึ่งเมืองซึ่งเดินทางไม่ยาก ที่เรียกว่านาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวจะเลือกไว้ในใจเสมอ นั่งรถไฟชมวิวไปเรื่อยๆจากชินจูกุ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว

เราออกเดินทางจากกรุงเทพ ด้วยสายการบิน ไทยแอร์เชียเอ็กซ์ จากสนามบินดอนเมือง บินตรงสู่ สนามบินนาริตะ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหน เพราะได้มีโอกาสลองนั่งชั้นธุรกิจ ด้วยที่นั่งแบบ Premium Flatbed นอนหลับสบายตลอดการเดินทาง ใครสนใจอยากอ่านรายละเอียด วาร์ปไปอ่านได้ในช่วงท้ายของรีวิวนี้เลยครับ

DSC08497


เมื่อเดินทางถึงสนามบินนาริตะเป็นที่เรียบร้อย ก็ทำการซื้อตั๋ว N’EX Round Trip Ticket โดยสารรถไฟ Narita Express (N’EX) ออกเดินทางสู่สถานี Shinjuku กันแบบสบายๆไม่ต้องแวะเปลี่ยนขบวน และเราจะมุ่งหน้าไปฮาโกเนะกันต่อเลยด้วยรถไฟด่วนขบวน Romancer Car ของบริษัทรถไฟ Odakyu ขึ้นจากสถานี Shinjuku ฝั่งทางออกด้านทิศตะวันตก ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาทีก็จะมาถึงสถานี Hakone-Yumoto

โดยการเดินทางในครั้งนี้ตลอดทั้งทริป เราใช้ Hakone Freepassในการเดินทางที่ครอบคลุมการเดินทางทั้งไปและกลับ ซึ่งพาสนี้ช่วยเราประหยัดการเดินทางได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่ารถไฟทั้งไปและกลับ จากชินจูกุ
  • รถด่วนสายโอดะคิวฮาโกเน่ (รถไฟด่วนขบวน Romancer Car ต้องจ่ายเงินเพิ่ม)
  • รถไฟสายฮาโกเน่โทซัง
  • ค่ารถบัสประจำทางสายฮาโกเน่โทซัง
  • ค่ากระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่
  • รถรางเคเบิลคาร์สายฮาโกเน่โทซัง
  • เรือทัศนาจรชมทะเลสาบฮาโกเน่

อีกทั้ง “Hakone Freepass ยังใช้เป็นส่วนลดและรับสิทธิพิเศษมากมายกว่า 50 แห่งรอบฮาโกเน่ โดย ฮาโกเน่ ฟรีพาสแบ่งเป็น 2 ชนิด คือตั๋วประเภท 2 และ 3 วัน สามารถเลือกเดินทางได้จากสถานีชินจุกุหรือสถานีโอดาวะระ หาซื้อได้ตามสถานีรถไฟสายโอดะคิวทุกสาขา

DSC07556

ราคาตั๋วประเภท 2 และ 3 วัน

ค่าโดยสารฮาโกเน่พาส

แผนที่โชว์เส้นทางการเดินทางด้วยพาหนะแบบต่างๆสำหรับผู้ใช้พาส

แผนที่การใช้ฮาโกเน่ ฟรีพาส


รถไฟด่วนขบวน Romancer Car ของบริษัทรถไฟ Odakyu
ตั้งต้นจากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟ Romance Car ยิงยาวมายังสถานี Hakone-Yumoto

DSC07562

ฮาโกเนะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียวห่างออกมาราว 100 กิโลเมตร อยู่ในจังหวัดคะนะกะวะ (Kanagawa) นอกจากความสวยของเมืองแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้ทำแก้เบื่ออีกมากมาย

DSC07694

เมื่อเดินทางมาถึงสถานีเป็นที่เรียบร้อย เราเดินลงมาด้านล่างของตัวสถานี มารอขึ้นรถฟรีชัตเติ้ลบัสเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแรก นั่นก็คือ Hakone-Yuryo รีสอร์ทน้ำพุร้อนอนเซ็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแช่น้ำพุร้อนโดยที่ไม่ต้องเข้าพัก ภายในตกแต่งแบบญี่ปุ่นโบราณเมื่อเดินเข้าไปจะได้ยินเสียงร้องของแมลงในธรรมชาติให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปสู่ในยุคสมัยเอโดะ

DSC07590

จุดเด่นของรีสอร์ทน้ำพุร้อนแห่งนี้คือ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาที่โอบล้อมรีสอร์ทแห่งนี้ไว้ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติและเป็นส่วนตัว อีกทั้งคุณสมบัติพิเศษในน้ำแร่ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูกระจ่างใส

DSC07598

โดยบ่อกลางแจ้งแบบแยกชายและหญิงขนาดใหญ่มีชื่อว่าHonden Yurakuan Oyu”

DSC07639

นอกจากการแช่น้ำพุร้อนแล้ว ที่นี่ยังมีการบริการต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องซาวน่ากลิ่นอโรม่า ห้องอบหินร้อน ห้องนวดเพื่อผ่อนคลายและปิดท้ายด้วยห้องพักผ่อนให้ผู้เข้าใช้บริการสามารถนอนพักเอาแรงซักงีบก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวกันต่อ

DSC07651

สำหรับใครที่ยังไม่ชินกับธรรมเนียมการใช้อนเซ็นของญี่ปุ่น ที่่นี่ยังมีห้องสำหรับแช่อนเซนแบบไพรเวทชื่อว่า Hanare Yuya Kaden” ทั้งหมด 19 ห้อง แบ่งเป็นห้องสามแบบ สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 4,000-6,000 เยนต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่มากันเป็นหมู่คณะหรือมากันเป็นครอบครัวก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและเป็นสัดส่วนอีกด้วย

DSC07677

สำหรับใครที่แช่น้ำเสร็จแล้วรู้สึกหิวขึ้นมา ที่ Hakone Yuryo แห่งนี้ก็ยังมีร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การทานอาหารบนเตาย่างอิโลริด้วยถ่านชาโคลและอาหารแบบ A la Carte ที่ห้องอาหาร Irorisaryo Hachiri” 

DSC07661

นอกจากนี้ยังมีบาร์สำหรับขายเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นพร้อมไอศกรีมซอฟเสริฟช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังจากแช่น้ำร้อนเสร็จ ก่อนออกจากรีสอร์ทนักท่องเที่ยวยังสามารถซื้อของที่ระลึกของเมืองฮาโกเน่ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปเป็นของฝากคนที่รักได้อีกด้วย

DSC07602

ข้อมูลเพิ่มเติม Hakone Yuryo

  • เวลาทำการ : วันจันทร์ศุกร์ ตั้งแต่ 10.00-21.00 . (เข้าใช้บริการก่อนเวลา 20.00 .)
  • วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 10.00-22.00 . (เข้าใช้บริการก่อนเวลา 21.00 .)
  • วันหยุด : เปิดทำการทุกวัน
  • ค่าเข้าใช้บริการบ่อรวม Honden Yurakuan Oyu”: ผู้ใหญ่ 1,400 เยนและเด็ก 700 เยน
  • ค่าผ้าเช็ดตัว 450 เยนและผ้าเช็ดหน้า 250 เยน (สามารถนำกลับบ้านได้)
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถฟรีชัตเติ้ลบัสเพียง 3 นาที
  • เว็บไซต์ : Hakone Yuryo

นั่งรถชัตเติลบัสกลับออกมายังสถานี Hakone-Yumoto ด้านหน้าสถานี เราออกมาเดินเล่นบริเวณสถานีรถไฟ จะมีย่านการค้าเรียงรายเป็นแถวยาวประมาณ 200 เมตร มีร้านค้าหลากหลายทั้งของฝากและร้านของอาหารอร่อยๆ

DSC07688

หลังจากช้อปชิมกันเรียบร้อย เดินมาเรื่อยๆบริเวณจุดจอดรถบัสจะพบกับทัศนียภาพของแม่น้ำที่ไหลผ่านเป็นขั้นคล้ายกับน้ำตก สามารถยืนชมวิวบนสะพานอาจิไซสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่

DSC07692

สำหรับใครที่มีเวลาเหลือแนะนำให้ลงไปนั่งชมความงามที่บริเวณริมแม่น้ำ ทั้งสองข้างแม่น้ำจะมีทางเท้าให้ลงมานั่งพักผ่อน ในวันที่อากาศแจ่มใส บรรดานักท่องเที่ยวจะนิยมซื้อของกินที่ซื้อมาจากย่านการค้าจะนำมาทานกันบริเวณนี้

DSC07694

หลังจากชมวิวช้อปปิ้งกันเรียบร้อย จุดหมายต่อไปของเราคือ Yunessan ให้นั่งรถบัสประจำทางไปลงที่ป้าย Kowaki-en ใครที่มี Hakone Freepass” หยิบขึ้นมาโชว์ให้คนขับดูได้เลยไม่ต้องเสียค่าใช้บริการ นั่งไปประมาณ 20 นาที จากป้ายรถบัสข้ามถนนไปจะพบกับตีมพาร์คสวนน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับใครที่ไม่กล้าแก้ผ้าลงแช่อนเซน เพราะที่นี่เค้าอนุญาตให้ใส่ชุดดว่ายน้ำลงไปได้

DSCF0137

ความพิเศษของที่นี่คือภายในธีมพาร์คมีบ่อน้ำต่างๆให้แช่มากมายไม่ว่าจะเป็น บ่อชาเขียว บ่อไวน์แดง บ่อกาแฟ บ่อสำหรับให้ปลาตอด

DSCF0057

DSCF0067

บ่อกาแฟ

DSCF0103

บ่อไวน์แดง

DSCF0111

และบ่อพิเศษที่จะเปลี่ยนหมุนเวียนไป ในช่วงที่เราไปจะเป็นบ่อโซดา การิการิคุง ไอศครีมโซดาแบบแท่งชื่อดัง

DSCF0068

อีกทั้งส่วนกลางแจ้งยังมีถ้ำน้ำตก สไลเดอร์และบ่ออนเซนแบบกลางแจ้ง

DSCF0096

 

DSCF0071

บ่ออนเซนแบบแท้ๆกลางแจ้ง แช่ไปชมวิวธรรมชาติขุนเขาสุดลูกหูลูกตา

DSCF0088

โดยการซื้อตั๋วจะมีให้เลือก อยู่ 3 แบบ แต่ละโซนราคาบัตร

  • [โซนที่ 1] Yunessun Zone (Swim Suit Zone) คือโซนสวมชุดว่ายน้ำ
    ผู้ใหญ่ ราคา 2,900 เยน เด็ก 1,600 เยน
  • [โซนที่ 2] Mori No Yu Zone (Naked Zone) คือโซนไม่ใส่ชุดว่ายน้ำ
    ผู้ใหญ่ ราคา 1,900 เยน เด็ก 1,200 เยน
  • [โซนที่ 3] Passport available for both (Yunessun and Mori No Yu) คือสามารถเข้าได้ทั้งสองโซน
    ผู้ใหญ่ ราคา 4,100 เยน เด็ก 2,100 เยน

สำหรับใครที่ไม่ได้นำชุดว่ายน้ำมาสามารถเช่าใช้บริการได้ ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ราคา 650 เยน / ผู้หญิง ราคา 1,080 เยน / เด็ก 650 เยน ค่าเช่าผ้าเช็ดตัว 100 เยนและผ้าเช็ดหน้า 50 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติม Yunessun

  • เวลาทำการ : โซน Yunessun Zone เปิดตั้งแต่ 09.00-19.00 .
  • โซน Mori No Yu Zone ตั้งแต่ 11.00-20.00 .
  • วันหยุด : เปิดทำการทุกวัน
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถบัสมาลงที่ป้าย Kowaki-en ใช้เวลา 20 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 2 นาที
  • เว็บไซต์ : Yunessun

สำหรับผู้ที่มีเวลา 2 วัน แนะนำอีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยว โดยเราจะท่องเที่ยวกันในพื้นที่บริเวณทะเลสาบฮาโกเนะ เริ่มต้นการเดินทางที่ ศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone Shrine)

ศาลเจ้าในศาสนาชินโตสีแดงสด สถานที่แห่งนี้มีความเชื่อกันว่ามีคลื่นพลังที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่นและแข็งแรงขึ้นมาได้ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของทะเลสาบอาชิ หากขับรถผ่านไม่สังเกตอาจจะไม่เห็นศาลเจ้า ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่า จุดสังเกตง่ายๆคือจะมีเสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเด่นอยู่ทางลงทะเลสาบ ตัวทางเดินเข้าไปยังศาลเจ้าต้องขึ้นบันได ภายในศาลเจ้านั้นมีบรรยากาศที่เงียบสงบอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกสงบและมีมนต์ขลังอยู่ในตัว

DSCF0339

DSCF0343

DSC07968

DSCF0387

ข้อมูลเพิ่มเติม Hakone Shrine

  • เวลาทำการ : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • วันหยุด : เปิดทำการทุกวัน
  • ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถบัสประจำทางสาย H ที่มุ่งหน้าไปยัง Hakone-machi ลงที่ป้ายรถบัส Motohakone ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
  • เว็บไซต์ : Hakone Jinja

แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Chaya Honjin Hotoriya ที่เป็นทั้งร้านอาหารและร้านขายของฝากขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ Hakone-machi

DSCF0243

DSC07912

โดยอาหารที่มีชื่อเสียงของที่ร้าน Hotoriya คือ Hakone Hachiridon ข้าวหน้ากุ้งซากุระแบบสดๆและปลาแอนโชวี่ขนาดเล็กพร้อมซุปประจำวัน ลักษณะคล้ายข้าวยำ วิธีการทานคือแนะนำให้คลุกแล้วบีบมะนาวจะทำให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น ราคาเซทละ 1,620 เยน

DSC07884

และเซทดังโงะย่างทานคู่กับซอสมิโซะ ขิงสับและถั่วแดงบด วิธีการทานคือนำไปย่างบนเตาไฟอ่อนๆ เมื่อมีสีออกน้ำตาลก็สามารถนำมาทานคู่กับเครื่องเคียงได้ทันที ราคาเซทละ 1,100 เยน

DSC07895

ข้อมูลเพิ่มเติม Chaya Honjin Hotoriya

  • เวลาทำการ : ส่วนของร้านอาหาร เปิดเวลา 10.00-16.00 . (สามารถสั่งอาหารได้ถึงเวลา 15.30 .)
  • ส่วนของร้านขายของฝากและของที่ระลึก เปิดเวลา 9.30-17.15 .
  • วันหยุด : เปิดบริการทุกวัน
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถบัสประจำทางสาย H ที่มุ่งหน้าไปยัง Hakone-machi ลงที่ป้ายรถบัส Hakone-machi ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
  • เว็บไซต์ : Hatoriya

ทานของคาวกันแล้วจะไม่ทานของหวานก็คงจะไม่ครบสูตร สำหรับใครที่ชอบทานของหวาน จิบชา Afternoon Tea สไตล์อังกฤษที่มีให้เลือกกว่า 20 ชนิด พร้อมชมวิวอันสวยงามของทะเลสาบฮาชิแนะนำว่าห้ามพลาดไปทดลองชิมของอร่อยกันที่คาเฟ่ชื่อดังที่่ Premium Shop & Salon de The Rosage ในเครือของโรงแรม Yama de Hotel

DSCF0320

DSC07930

สำหรับของหวานยอดนิยมของร้านนี้ที่อยากจะแนะนำคือ Traditional Hot Apple Pie พายแอปเปิ้ลเนื้อนุ่มด้านในบางกรอบด้านนอก ด้านบนเป็นชิ้นแอปเปิ้ลรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย

ไฮไลท์ของจานนี้อยู่ที่การตกแต่งโดยใช้ซอสต่างๆ ตกแต่งเป็นชิ้นงานศิลปะรูปดอกไม้ อาทิเช่น ซอสแอปริคอท ซอสชาเขียวมัทฉะ ซอสบลูเบอรี่โยเกิร์ต ซอสคัสตาร์ดและซอสแคสซิส เสริฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาสูตรพิเศษของทางร้าน รับรองว่าเห็นวิธีการตกแต่งจานแล้วจะไม่กล้ารับประทานเลย เพราะสวยมากจริงๆ สนนราคาแบบจานเดี่ยว 1,604 เยน รวมภาษีแล้ว และเซทพร้อมชาประจำฤดูกาล 2,317 เยน

DSCF0311

ขนมหวานอีกจานที่ไม่อยากจะให้พลาดเช่นกันคือ O Chocolate – Le porte Bonheur ที่พนักงานจะเสริฟช้อคโกแลตรูปทรงโดมกลมด้านในเป็นเกาลัดบูเล่ ราดด้วยซอสช้อคโกแลตแบบร้อนให้ช้อคโกแลตรูปทรงโดมละลายทานคู่กับฟิกซ์ซอส ผลวอลนัทบด มูสรสมินท์พร้อมไอศกรีมรสส้มช่วยตัดความหวานเลี่ยนเพิ่มความกลมกล่อมให้กับของวานจานนี้อย่างลงตัว สนนราคาแบบจานเดี่ยว 1,604 เยน รวมภาษีแล้ว และเซทพร้อมชาประจำฤดูกาล 2,317 เยน

DSCF0319

DSCF0316

ข้อมูลเพิ่มเติม Premium Shop & Salon de The Rosage 

  • เวลาทำการ : 10.00 – 17.00 .
  • วันหยุด : เปิดทำการทุกวัน
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถบัสประจำทางสาย H ที่มุ่งหน้าไปยัง Hakone-machi ลงที่ป้ายรถบัส Motohakone ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
  • เว็บไซต์ : Hotel de yama Restaurant

หลังจากอิ่มอร่อยกันแล้ว เราจะเดินทางไปยังท่าเรือ Motohakone เพื่อล่องเรือทัศนาจร Hakone Sightseeing Cruise บริเวณๆรอบทะเลสาบอาชิ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของเรือโจรสลัด ไปยังท่าเรือ Togendai

โดยเรือที่จะพาล่องไปทัศนาจรนั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ลำ คือ เรือ Royal II, เรือ Victory และเรือ Vasa ซึ่งเรือแต่ละลำก็จะมีการออกแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งการที่ได้ขึ้นเรือลำไหนขึ้นอยู่กับการจัดตารางเรือในแต่ละวัน

นอกจากความสวยงามของการออกแบบเรือแต่ละลำแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบ วิวทะเลสาบอาชิที่สวยงามมากๆ และในวันที่อากาศดีท้องฟ้าปลอดโปร่งจะสามารถมองเห็นไปถึงภูเขาไฟฟูจิจากบนเรือเลยทีเดียว

DSC07924

DSC08046

DSC08058

DSCF0395

DSCF0426

ข้อมูลเพิ่มเติม Hakone Sightseeing Cruise

  • เวลาทำการ : เรือแต่ละลำและแต่ละท่าเรือจะมีเวลาเปิดปิดไม่เหมือนกัน นักท่องเที่ยวสามารถเช็ครอบเรือทัศนาจรได้จากทางเว็บไซต์โดยตรง โดยปกติจะเริ่มต้นเวลา 09.30-17.30 .
  • วันหยุด : สามารถเช็คได้จากทางเว็บไซต์โดยตรง
  • ค่าเข้าชม : ค่าล่องเรือ แบบเที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 500 เยน / แบบไปกลับ ผู้ใหญ่ 1,840 เยน เด็ก 910 เยน
  • ราคาพิเศษบนจุดชมวิวห้องรับรองพิเศษ แบบเที่ยวเดียวเพิ่มเงิน ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน / แบบไปกลับ ผู้ใหญ่ 770 เยน เด็ก 400 เยน
  • การเดินทาง : จากสถานี Hakone-Yumoto โดยสารรถบัสประจำทางสาย H ที่มุ่งหน้าไปยัง Hakone-machi ลงที่ป้ายรถบัส Motohakone ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
  • เว็บไซต์ : Hakone Sightseeing Cruise

หลังจากล่องเรือมายังจุดหมายปลายทางที่ท่าเรือ Togendai เราจะโดยสารกระเช้าลอยฟ้าไปยัง หุบเขาโอวะคุดะนิ (Owakudani) เพื่อไปชิมไข่ดำในตำนาน

หุบเขาโอวะคุดะนิได้ชื่อว่าเป็นหุบเขาที่มีธาตุกำมะถันที่ยังคงครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อลงจากกระเช้าแล้วแนะนำให้เดินข้ามมายังร้านค้าอีกฟากหนึ่งเพื่อเดินขึ้นไปชมบ่อน้ำแร่กำมะถันบนเขา เพื่อชิมไข่ต้มบ่อกำมะถัน (ไข่ดำ) สนนราคา 600 เยนต่อไข่ 5 ฟอง โดยคนญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าเมื่อกินไข่ดำ 1 ฟองจะทำให้อายุยืนยาวขึ้น 7 ปี

DSC08068

hakone_owakudani

DSCF0444

จากนั้นเราโดยสารกระเช้าลอยฟ้าเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สุดตระการตากันต่อเพื่อไปยังสถานี Souzan

DSC08071

จากนั้นโดยสารเคเบิ้ลคาร์จากสถานี Souzan ลงไปยังสถานี Gora

DSC08080

โดยสารรถบัสประจำทาง Hakone Tozan Bus ไปลงที่จุดเดิมคือสถานี Hakone-Yumoto เป็นอันว่าปิดทริปแช่อนเซ็นพร้อมชมธรรมชาติที่เมืองฮาโกเน่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

DSC08091

สามารถอ่านข้อมูลการเดินทางด้วย “Hakone Freepass เพิ่มเติมได้ >> ที่นี่ 

และขอทิ้งท้ายไปกับภาพบ้านเรือนสวยๆของฮาโกเนะบริเวณท่าเรือ

DSC07921


[รีวิวพิเศษ] เดินทางไปญี่ปุ่นแสนสบายกับ Premium Flatbed ของไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์

ที่นั่ง Premium Flatbed อยู่โซนหน้าสุดของเครื่องบิน แถว 1 และ 2 จัดเรียงแบบ 2-2-2

DSC08496

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสักหน่อย ถ้าเลือกได้แนะนำให้นั่งที่ริมหน้าต่างแถวแรก จะรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว และพรีเมียมสุดๆครับ

DSC08502

ยืดได้จนสุดขา ขนาดยังไม่ได้ปรับเยาะนอน ก็รู้สึกสบายสุดๆ

DSC08500

ปุ่มอัตโนมัติปรับเบาะและที่วางขาให้เอนได้ตามความต้องการ

DSC08498

ขึ้นมาบนเครื่องจะมีหมอนและขวดน้ำตั้งเตรียมไว้ให้ สำหรับด้านข้างที่นั่งจะมีหลอดไฟอ่านหนังสือ และที่เก็บโต้ะ

DSC08499

มีอาหารรวมอยู่เเล้วในตั๋วไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม สามารถเลือกทานได้จากเมนู ครั้งนี้ลองเมนูแกงเขียวหวานไก่ อร่อยดีครับ

DSC08508

อิ่มท้องก็ได้เวลานอนพักผ่อน ปรับเบาะเอนให้สุด สักพักแอร์คนสวยก็จะนำผ้าห่มมาให้เราด้วย

DSC08510


เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไปกับที่นั่งพรีเมี่ยมแฟลตเบด ที่มีความยาวมากกว่า ที่ช่วยให้คุณเอนหลังได้อย่างเต็มที่ตามต้องการ. พร้อมกับอุปกรณ์ความสะดวกต่างๆ เช่น หน้าจอส่วนตัว พนักพิงศีรษะและที่พักเท้าที่สามารถปรับได้ หมอนและผ้าห่มเพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทาง รวมไปถึงไฟอ่านหนังสือ และช่องต่อไฟเอนกประสงค์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> AirAsia

lp_premium_flatbed_en