ถึงแม้ จังหวัดโออิตะ (Oita) จะขึ้นเรื่องน้ำพุร้อนออนเซ็น ที่มีเมืองเด่นดัง อย่าง เบปปุ (Beppu) และ ยูฟุอิน (Yufuin) ซึ่งเป็นจุดหมายหลักสำหรับนักท่องเที่ยว รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า โออิตะ ไม่มีที่เที่ยวที่อื่นเลย ซึ่งอยากจะบอกว่า จังหวัดนี้ใหญ่กว่าที่คิดไว้ และมีที่เที่ยวเยอะกว่าที่รู้จักมาก

ในบทความนี้จะเลือก 10 สถานที่ที่ทางทีมงานเราได้เดินทางไปครั้งนี้ โดยใช้เวลา 3 วันครับ

  1. เขตเมืองเก่ามาเมดะ (Mameda-machi) เมืองฮิตะ (Hita)
  2. สะพานแขวนโคโคโนเอะยูเมะ (Kokonoe Yume Otsurihashi)
  3. สวนดอกไม้คุจู (Kuju Hana Koen)
  4. กระเช้า Beppu Ropeway เขาสุรุมิ (Tsurumi-dake)
  5. เมืองยูฟุอิน (Yufuin)
  6. อบทรายร้อนที่ Beppu Beach Sand Bath
  7. ทัวร์บ่อน้ำพุนรกจิโกขุ (Jigoku Meguri)
  8. เขตน้ำพุร้อนคันนะวะ (Kannawa onsen)
  9. พิพิธภัณฑ์น้ำหอมโออิตะ (Oita Fragrance Museum)
  10. น้ำตกฮาราจิริ (Harajiri no taki)

การเดินทาง: หลังจากบินตรงลงที่สนามบินฟุกุโอกะแล้ว สามารถขึ้นรถบัสวิ่งตรงมาที่เมืองใหญ่ๆในจังหวัดโออิตะได้เลย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

L1044721

1. เขตเมืองเก่ามาเมดะ (Mameda-machi) เมืองฮิตะ (Hita)

พื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ในสมัยเอโดะ ช่วงปีค.ศ. 1616 ที่นี่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น Little Kyoto แห่งหนึ่งของภูมิภาคคิวชู มีถนนเส้นหลัก 2 สาย ทอดยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ นั่นก็คือถนน Kamimachi และ Miyuki ตลอดทั้งสองข้างทาง แวดล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่และร้านค้า ตั้งเรียงราย ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณ

การเดินทาง: จากสถานี Hita เดินไปได้ประมาณ 10 นาที

L1044708

สถานที่แรกที่ควรแวะคือโรงทำสาเกที่มีอายุมากว่า 300 ปี ชื่อว่า Kuncho Sake Brewery

L1044706

L1044704

โรงผลิตสาเกแห่งนี้เปิดทำการมาตั้งแต่ในยุคสมัยเอโดะ หรือราวปี ค.ศ. 1702 ภายหลังได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้กับผู้สนใจได้เข้าชม มีห้องสำหรับจัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตสาเก บริเวณส่วนด้านหน้าของร้านเปิดเป็นร้านขายสาเกชื่อดังของที่นี่ และยังมีคาเฟ่ ซึ่งเมนูแนะนำคือไอศครีมที่ทำจากอามะสาเก (ไม่มีแอลกอฮอล์นะครับ)

L1044694

L1044703

ฝาท่อประจำเมืองฮิตะ และป้ายบอกให้หยุดที่พื้น ทำเป็นลายเกี๊ยะ น่ารักดี

L1044710

เดินเที่ยวชมร้านค้าต่างๆภายในเมือง

L1044714

ซอฟท์ครีมรสโชยุ

L1044715

L1044728

Mugiya Cafe ที่ตกแต่งได้น่าเข้ามากๆ

L1044734

ร้านนี้ขายไก่ทอดคาราอาเกะ

L1044739

Nihongan Medicinal Museum ร้านขายยาเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดโออิตะ เจ้าของแบรนด์นิฮงกัง ที่ทำธุรกิจมาตั้งแต่ปีค.ศ.1887 ด้านในจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องมือและยาตั้งแต่ยุคโบราณ โดดเด่นที่ตัวอาคารย้อนยุคในสมัยเอโดะ ชั้นบนสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองแบบพาโนรามาได้

เวลาทำการ: 10.00-16.00 น. (ปิด 17.00 น. ช่วง 15 ก.พ.-31 มี.ค.)
ค่าเข้าชม: ผุ้ใหญ่ 350 เยน, เด็ก 250 เยน

L1044744

ด้านในยังคงมีจำหน่ายยาในแพกเกจโบราณให้ได้คลายความคิดถึงกันอยู่

L1044747


2. สะพานแขวนโคโคโนเอะยูเมะ (Kokonoe Yume Otsurihashi)

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินข้ามที่ยาวและสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น บนความสูง 777 เมตร เปิดให้บริการครั้งแรกในปีค.ศ.2006 ทอดผ่านช่องหุบเขาคิวซูอิขนาดใหญ่ โดยมีน้ำตก Shindo no Taki ที่มีตำนานของมังกร และติด 1 ใน 100 ของน้ำตกที่สวยที่สุด เป็นฉาก

เวลาทำการ: 8.30-17.00 น. (เดือนก.ค.-ต.ค. ปิด 18.00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เย็น เด็ก 200 เยน
การเดินทาง: จากสถานี Bunkonakamaura ขึ้นรถบัสลงที่ป้าย Otsuruhashi Nakamura guchi
เว็บไซต์

L1044767

 

L1044769

L1044770

L1044776

L1044780


3. สวนดอกไม้คุจู (Kuju Hana Koen)

ตั้งอยู่ที่เมืองทาเคตะ (Taketa) เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของคิวชู บนพื้นที่กว่า 2 แสนตร.ม. มีดอกไม้งามสลับกันเบ่งบานตลอดทั้งปี (ยกเว้นช่วงฤดูหนาว) ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งทิวลิป, เนโมฟิลลา, ลาเวนเดอร์, ทานตะวัน, คอสมอส

เวลาทำการ: 8.30-17.30 น. (ปิดทำการระหว่างเดือนธ.ค.-ก.พ.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,300 เยน เด็ก 500 เยน
การเดินทาง: จากสถานี Bungo Taketa ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไป Naoiri Shisho via Kuju ใช้เวลา 20 นาที
เว็บไซต์

L1044790

L1044797

L1044802

L1044812

L1044818

L1044835

L1044849

L1044855

L1044861


4. กระเช้า Beppu Ropeway เขาสุรุมิ (Tsurumi-dake)

กระเช้าจะพาเราไต่ระดับขึ้นไปบนความสูง 1,300 เมตรบนยอดเขาเพื่อชมวิวเมืองเบปปุจากมุมสูง และในวันที่อากาศดีก็สามารถมองเห็นยอดเขายูฟุ และภูเขาคุจูได้ด้วย ถ้าหากเดินทางมาที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะได้ชมความงามของต้นซากุระที่ปลูกไว้ทั่วทั้งเขากว่า 2,000 ต้น เป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด

เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.
ค่าบริการ: ไปกลับ 1,600 เยน เที่ยวเดียว 1,000 เยน
การเดินทาง: จากสถานี Beppu โดยสารรถบัส หมายเลข 33,34,36,37 ใช้เวลา 20 นาที
เว็บไซต์

L1044877

L1044875
L1044881

เดินขึ้นเขาตามหาเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7

L1044894


5. เมืองยูฟุอิน (Yufuin)

มีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุร้อน และ ย่านถนนคนเดินยูโนะสุโบ (Yu No Tsubo Kaido) ถนนคนเดินแห่งเมืองยุฟุอิน ที่ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงสวยๆน่ารักๆ ร้านค้าหลายหลายประเภทกว่า 70 ร้านค้า ตั้งสลับกับบ้านเรือน ให้บรรยากาศเก่าแก่สมัยเอโดะ

การเดินทาง: โดยสารรถไฟ Yufuin no Mori ลงสถานี Yufuin

IMG_20190909_161329

IMG_20190909_161252

IMG_20190909_160822

IMG_20190909_160252

เมื่อเดินมาจนถึงจุดสุดท้ทางของถนนคนเดิน จะพบกับทะเลสาบคิริน (Kirinko) ชมบรรยากาศแสนสงบไปพร้อมกับสัญลักษณ์ของเมือง ยอดเขาคู่ภูเขายูฟุ (Yufudake) โดดเด่นด้วยความสูง 1,583 เมตร

IMG_20190909_155131

IMG_20190909_154433

IMG_20190909_155604


6. อบทรายร้อนที่ Beppu Beach Sand Bath

รับบรรยากาศริมหาด รับแสง ลม และเสียงคลื่นทะเล นอนใต้ทรายร้อนๆ สักประมาณ 15 นาที ช่วยให้กระแสเลือดไหลเวียนดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดีทอกซ์สารพิษ และคลายความเมื่อยล้า เมื่อขึ้นมาก็จะรู้สึกสบายตัวมาก

เวลาทำการ: 8.30-18.00 น. (เข้าก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง)
ค่าใช้จ่าย: 1,040 เยน
(ค่าผ้าเช็ดตัว 350 เยน พกไปเองได้ และค่าล็อกเกอร์ 100 เยน)
วันหยุด: ทุกวันพุธ สัปดาห์สุดท้ายของเดือน

การเดินทาง: จากสถานี Beppu (ทางออก East) ขึ้นรถบัสลงที่ป้ายด้านหน้า Beppu Beach Sand Bath เลยใช้เวลา 15 นาที ราคา 240 เยน

IMG_20190910_083628

IMG_20190910_083726

IMG_20190910_084016

IMG_20190910_084017


7. ชมทัวร์บ่อน้ำพุนรกจิโกขุ (Jigoku Meguri)

มีด้วยกันทั้งหมด 8 บ่อ แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆด้วยกัน บริเวณส่วนแรกนั้นประกอบด้วยกัน 6 บ่อโดยตั้งอยู่ในเขต Kannawa ประกอบด้วยบ่อ Umi Jigoku, Oniishibozu Jigoku, Shiraike Jigoku, Kamado Jigoku, Oniyama Jigoku, Yama Jigoku ส่วนอีก 2 บ่อจะตั้งอยู่ที่เขต Shibaseki จะตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยบ่อ Chinoike Jigoku และบ่อ Tatsumaki Jigoku

โดยครั้งนี้เราเลือกมา 2 บ่อไฮไลท์คือ Umi Jigoku และ Kamado Jigoku ครับ

L1044925

L1044929

L1044935

L1044949

ไข่ต้มออนเซ็น

L1044951


8. เขตน้ำพุร้อนคันนะวะ (Kannawa onsen)

เป็นส่วนหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนเบปปุ สามารถมาเดินเล่น ใช้บริการบ่อนำพุร้อนสำหรับแช่เท้า หรือจะใช้บริการสปาแบบไปเช้าเย็นกลับได้ที่นี่ อีกทั้งยังมีร้านอาหารที่ใช้วิธีการอบจากไอน้ำพุร้อนในกรรมวิธีการปรุงอาหารให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

การเดินทาง: จากสถานี Beppu โดยสารรถบัส Kamenoi Bus สาย 2,5,7 ลงที่ป้าย Kannawa

IMG_20190910_153423

IMG_20190910_153902

โรงอบทราบร้อนชื่อดังของเมือง

IMG_20190910_154902


9. พิพิธภัณฑ์น้ำหอมโออิตะ (Oita Fragrance Museum)

เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของน้ำหอมจากทั่วโลก จาก Fragrance Gallery และร่วมกิจกรรมครีเอทน้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัวของเราเพียงหนึ่งเดียว ได้ที่ Perfumery Experience Craft Center นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Museum shop และ Cafe อีกด้วย

เวลาทำการ: 10.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน
การเดินทาง: จากสถานี Beppu-daigaku เดินประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์

L1044918

L1044906

L1044913


10. น้ำตกฮาราจิริ (Harajiri no taki) ฉายาไนแองการ่าของคิวชู

ตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัดโออิตะ มีรูปทรงคล้ายกับน้ำตกแองการ่า จึงเป็นที่มาของฉายา Oriental Niagara ถือกำเนิดขึ้นจากการปะทุตัวของภูเขาไฟอะโซเมื่อ 9 หมื่นปีก่อน น้ำตกมีความสูง 20 เมตร สามารถเดินข้ามสะพานไปชมความงามอีกฝากฝั่ง หรือจะเดินลงไปสัมผัสใกล้ชิดกับน้ำตกที่ด้านล่างก็ได้เช่นกัน

การเดินทาง: จากสถานี Ogata ขึ้นแท๊กซี่มาประมาณ 5 นาที

L1044969

L1044986

L1044988

ซอฟท์ครีมรสออริจินอลของที่นี่ รส Honey Kobozu soft

L1045002

สถานที่เที่ยวต่างๆรอบๆบริเวณนี้

L1044972


สำหรับทริปนี้เราเลือกพักที่โรงแรม 2 แห่งในโออิตะก็คือ Beppu Pastoral และ Beppu Seifu

Beppu Pastoral ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 5,600 บาทต่อห้อง เว็บไซต์

IMG_20190910_080145

Oedo-Onsen Monogatari Beppu Seifu ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 7,200 บาทต่อห้อง เว็บไซต์

IMG_20190911_080403


การบินไทย ทำการบิน กรุงเทพฯ (BKK) – ฟุกุโอกะ (FUK) โดยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ด้วยที่นั่งชั้นธุรกิจ 36 ที่นั่ง / ชั้นประหยัด 263 ที่นั่งและเพิ่มเที่ยวบินจากเดิม 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพิ่มเป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

  • เที่ยวบินที่ TG648 ทำการบินทุกวัน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 00.50 น. เดินทางถึงฟุกุโอกะ เวลา 08.00 น.
  • เที่ยวบินที่ TG649 ทำการบินทุกวัน ออกเดินทางจากฟุกุโอกะ เวลา 11.35 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 14.55 น.
  • เที่ยวบินที่ TG686 ทำการบินทุกวันจันทร์ พฤหัสบดี และเสาร์ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 09.50 น. เดินทางถึงฟุกุโอกะ เวลา 17.00 น.
  • เที่ยวบินที่ TG687 ทำการบินทุกวันจันทร์ พฤหัสบดี และเสาร์ ออกเดินทางจากฟุกุโอกะ เวลา 18.20 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.40 น.

ที่นั่งชั้นประหยัด

IMG_20190913_110638

ที่นั่งชั้นธุรกิจ

TG Silk FUK