ใครอ่านชินจังก็จะรู้ว่า คาสุคาเบะ (Kasukabe) คือชื่อเมืองที่ปรากฎในการ์ตูน ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ เพื่อนบ้านโตเกียวนี่เอง ได้ยินชื่อมานานน่าจะเป็น 20 ปีได้แล้ว!!? วันนี้มีโอกาสได้มาเยือนเมืองชินจังทั้งที ก็ขอแวะเที่ยวให้ทั่วๆกันสักหน่อย จะไปไหนกันบ้างตามไปเที่ยวกันเลย~

การเดินทางจากโตเกียว ตั้งต้นที่สถานี Tobu Asakusa โดยสารรถไฟ Tobu Ltd. Exp. ลงที่สถานี Kasukabe ใช้เวลา 35 นาที

DSC06885

จริงๆแล้วสถานที่เที่ยวสามารถเดินได้จากสถานี Kasukabe แต่บางแห่งก็ต้องอาศัยรถบัส Crayon Shinchan Haru Bus คันนี้ เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น เป็นรถบัสที่ให้พวกชินจังพาเดินทางกันทั่วทั้งเมืองเลย

DSC06886

สถานที่แรกที่เราแวะมา ไม่ได้เกี่ยวกับชินจังแต่อย่างใด แต่มีความสำคัญกับชาวเมืองคาสุคาเบะ รวมถึงชาวโตเกียว เป็นอย่างมาก และถือว่าเป็นผลงานอันน่าทึ่งที่ชาวญี่ปุ่นได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับภัยธรรมชาติอย่างชาญฉลาด สถานที่นี้ก็คือ Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel 首都圏外郭放水路 ชื่ออาจฟังดูเข้าใจยาก เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับว่ามันคืออะไร

DSC06888

Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel หรือมีชื่อเรียกสั้นๆเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Sairyu no kawa คือโครงการป้องกันน้ำท่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีโครงสร้างเป็นอุโมงค์ใต้ดินประกอบไปด้วยเสาขนาดยักษ์สูง 20 เมตร จำนวน 59 ต้น เพื่อรองรับและจัดการน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเขตเมืองหลวงโตเกียวและปริมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

DSC06890

เมื่อเรามาถึงแล้วให้เดินขึ้นมาชั้น 2 เพื่อรวมตัวก่อน เพราะว่าที่นี่จะมีทัวร์ให้บริการพาเดินชมภายในอุโมงค์ระบายน้ำ ให้ได้เห็นของจริงกันแบบใกล้ชิดกันไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าทัวร์นี้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติมาร่วมทัวร์กัน และมี 7 รอบทุกวัน ค่าใช้จ่ายคนละ 650 เยน ดูรายละเอียด >> ที่นี่

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแนะนำให้ดาวโหลด Multilingual Guide Audio App เอาไว้ก่อนที่ทัวร์เริ่ม เพราะว่าเจ้าหน้าที่จะอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น ถ้าเราใช้แอพนี้ก็จะช่วยให้เข้าใจกระบวนการทำงานได้มากขึ้น และยังมี Simulated Flood Experience AR App กราฟิคจำลองเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นในอุโมงค์ ให้เห็นภาพได้กระจ่างยิ่งขึ้น

ศูนย์บัญชาการแห่งนี้ยังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะว่าถูกใช้เป็นโลเคชั่นในภาพยนตร์ยอดมนุษย์ของญี่ปุ่น อย่างขบวนการ 5 สี และอุลตร้าแมน อีกด้วย

DSC06895

หลังจากที่เรารวมตัวกันและได้เวลาแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาเราเดินออกมาด้านนอก ประตูทางเข้าของ ริวคิวคัง (RyuQkan) สถานีจัดการน้ำด่านสุดท้าย (ที่ว่ากันว่ามีมังกรอาศัยอยู่!?) เพื่อลงไปยังอุโมงยักษ์ใต้ดินกัน จุดนี้จะต้องเดินลงบันไดร้อยกว่าขึ้น เพราะอุโมงค์อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินกว่า 22 เมตร เมื่อลงไปแล้วก็จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจัดการกับภัยธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ไปถึงข้างล่างแล้วก็อย่าลืมเปิดแอพดูภาพจำลองกันนะครับ

อุโมงค์นี้ใช้เวลาก่อสร้างนาน 17 ปี เริ่มตั้งแต่ปีค.ศ.1992 และสร้างแล้วเสร็จในปีค.ศ.2006 ใช้เงินกว่าสร้างถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีความยาว 177 เมตร กว้าง 78 เมตร สูง 18 เมตร

การทำงานหลักๆจะเป็นการรวบรวมน้ำจากแม่น้ำหลายสายรอบมหานครโตเกียว และระบายออกไปยังแม่น้ำเอโดะกะวะ (Edogawa) และปล่อยออกสู่อ่าวโตเกียวต่อไป จึงทำให้น้ำไม่เอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำสายต่างๆที่วิ่งผ่านตัวเมือง และลดปัญหาน้ำท่วมได้ในที่สุดนั่นเอง ถ้าใครสนใจอยากศึกษากระบวนการทำงานโดยละเอียดสามารถดาวโหลดคูมือได้ >> ที่นี่

DSC06899

แท่งเสาสูง 18 เมตร น้ำหนัก 500 ตัน พอไปยืนเทียบแล้ว คนกลายเป็นมดไปเลย

DSC06902

มุมนี้ถือว่าเป็นมุมที่คนนิยมมาถ่ายภาพกันมากที่สุดจุดนึง ราวกับเป็นเสาของวิหารใต้ดิน

DSC06908

Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel
เวลาทำการ: 9.30-16.00 น.
รอบทัวร์: 7 รอบ เวลา 10.00 / 11.00 / 12.00 / 13.00 / 14.00 / 15.00 / 16.00 (ใช้เวลา 50 นาที)
การเดินทาง: โดยสารรถบัส Crayon Shinchan Haru Bus ลงที่ป้าย Ryu Q Kan
โดยสารรถไฟลงที่สถานี Minami- Sakurai หลังจากนั้นต่อแท๊กซี่ประมาณ 10 นาที


ก่อนออกเดินทางไปหาชินจังเป้าหมายหลักของเราในวันนี้ ต้องแวะเติมพลังกันสักหน่อย โดยร้านที่เราเลือกมาวันนี้ ชื่อว่า โทคุจูอัน (Tokujyuan 徳樹庵) เป็นร้านยอดนิยมของชาวเมืองคาสุคาเบะเป็นอย่างมาก เพราะเราได้จะได้ทานเมนูโปรดที่แสนจะธรรมดา แต่ร้านนี้กลับทำให้ทั้งน่ากินและอร่อย ในราคาที่เรียกว่าประหยัดสุดๆ แถมบรรยากาศร้านก็ดีงามซะจนอยากให้ตามรอยมากันจริงๆ

มาง่ายมากๆจากสถานี Kasukabe เดินเพียง 5 นาที (Map) เปิดให้บริการ 11.00-23.00 น.

DSC06918

บรรยากาศภายในร้าน เรียบหรู อบอุ่นตามสไตล์ญี่ปุ่น

DSC06919

เมนูเด่นๆจะเป็นข้าวหน้าต่างๆ และที่พลาดไม่ได้คือ ไก่ทอดคาราอาเกะ ที่ทางร้านนำเสนอ ต้องสั่งมาชิมให้ได้!

DSC06921

งานนี้เราจัดเต็ม สั่งมาชิมข้าวหน้าเกือบทุกเมนู ทั้งข้าวหน้าไก่กับไข่ ข้าวหน้าทะเล ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ และข้าวหน้าหมูทอด เห็นได้ว่าเป็นเมนูที่หาทานได้ทั่วไป แต่ร้านนี้ทำออกมาได้น่ากินมาก และราคาก็ไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับการมานั่งในท่ามกลางบรรยากาศร้านสวยขนาดนี้

DSC06923

ปิดท้ายด้วยขนมหวานแบบญี่ปุ่น ที่สุดแสนจะเบสิค แต่ก็เป็นความธรรมดาที่อร่อยสุดๆ

DSC06931


อิ่มท้องกันแล้ว อย่าเพิ่งรีบง่วง ให้เดินต่อมาที่ห้าง LaLa Garden Kasukabe เพราะเรามีนัดกับชินจัง!

การเดินทาง: จากสถานี Kasukabe เดินประมาณ 5 นาที (Map)
เวลาทำการ: 10.00-20.00 น. (ร้านอาหารเปิด 11.00-22.00 น.)
เว็บไซต์:  LaLa Garden Kasukabe (ภาษาญี่ปุ่น)

DSC06935

ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาถึงแล้วรีบขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ชั้น 3 ทันที แล้วเราก็จะเจอกับ Crayon Shinchan Game Center (เรียกย่อๆว่า Ge-sen) เป็นสถานที่ๆที่จะได้ใกล้ชิดกับชินจัง ครอบครัวชินจัง และเพื่อนๆชินจังมากที่สุด >> เว็บไซต์

DSC06937

และที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของ Crayon Shinchan Cinema Studio ด้วย

DSC06940

มุมต้อนรับที่ด้านหน้าทางเข้า

DSC06942

มุมเด็ดของชินจังทั้งน้าน~ นู้ดครึ่งก้นงี้

DSC06946

ครอบครัวโนะฮาร่า

DSC06949

มีเกมส์ต่างๆให้เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราๆเล่นอย่างสนุกสนาน ในราคาเริ่มต้นที่ 100 เยน มีตู้ถ่ายสติ้กเกอร์ลายชินจัง และมุมขายของที่ระลึกด้วย

DSC06955

อยากจะขนกลับบ้านไปให้หมด! แต่ดันคีบไม่เก่งเนี่ยสิ เศร้าเลย~

DSC06953

คุณพ่อฮิโรชิ อย่างเท่!!

DSC06958

และมุมที่น่าร้ากกกมากๆคือ มุม Photo spot ที่จะมีชุดนักเรียนอนุบาลฟุตาบะ (เวอร์ชั่นไทยเราเรียกว่าอนุบาลบูม) กลุ่มทานตะวัน ให้ใส่ถ่ายรูปเล่นกันด้วย ชุดสีฟ้ามีป้ายชื่อเป็นของคาซามะคุง ส่วนชุดสีชมพูมีป้ายชื่อเป็นของเนเน่จัง แบ๊วสุดๆ แถมฟรีไม่มีคชจ.

DSC06972


ยังไม่หมดแค่นี้! แฟนคลับชินจังต้องรู้จักสถานที่ที่เรากำลังจะไปกันต่อนั่นก็คือ ห้างที่มิซาเอะชอบไปเดินนั่นเอง!! ในการ์ตูนจะใช้ชื่อเรียกว่า Sato kokono kado ซึ่งมีต้นแบบเป็นห้าง Ito Yokado สาขาคาสุคาเบะ นั่นเอง!!

satokoko

ทุกอย่างเดินเชื่อมถึงกันได้หมด ตั้งแต่สถานี Kasukabe ไปร้านอหาร ต่อด้วยห้าง LaLa garden และมาต่อยังห้าง Ito Yokado แห่งนี้ และแน่นอนว่าที่ห้างนี้ก็จะมีมุมของชินจังให้ได้ไปถ่ายรูปกันแน่นอน!

DSC06983

ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันเลย จะเจอกับชินจังใส่ชุดของห้าง Sato kokono kado ยืนต้อนรับ เชิญชวนให้เข้าไปด้านใน
ค่าเข้าฟรี / เวลาทำการ 10.00-18.00 น.

DSC06984

มุมต่างๆในสตูดิโอน้อยๆของชินจัง มีมุมส่วนตัวของชินจังให้เราได้ไปถ่ายรูปเล่นกันด้วย

DSC06986

บ้านเจ้าขาวก็มา! พร้อมกับประโยคเด็ด เจ้าขาว ถ้าแกโตขึ้นเท่ากับ 5 ขวบของคนแล้วละก็ ชีวิตมันเศร้า!

DSC06987

ไปเที่ยวญี่ปุ่นทุกครั้งต้องพก Pocket WiFi ญี่ปุ่น 4G จาก TRIPIZEE ไปด้วยเสมอ เพราะไม่เคยมีปัญหาเรื่องสัญญาณเลย ไม่ว่าจะไปเมืองไหนก็ตาม รับรองงานนี้แอดมินใช้เองและการันตีว่าดีจริง!! ในราคาสุดพิเศษ เพียงแค่ 150 บาทต่อวัน!!

และช่วงนี้มีโปรโมชั่น แถมฟรี 1 วัน เมื่อจองอย่างน้อย 3 วัน ใส่ Promo Code LOVETPZ1MH4 หรือ แถมฟรี 2 วัน เมื่อจองอย่างน้อย 5 วัน ใส่ Promo Code LOVETPZ2MTD ถึง 31 ธ.ค. 2019 จองได้เลย >> TRIPIZEE

DSC07000มุมขายของที่ระลึก

DSC06993

และมุมขายสินค้าพิเศษเฉพาะที่ Ito Yokado เท่านั้น มีถุงผ้าลายโลโก้ห้างแบบในการ์ตูนด้วย

DSC06994


จบจากเมืองคาสุคาเบะแล้ว แต่ยังมีเวลา เราเลยสรรหาที่ช้อปเพิ่ม เพราะรู้มาว่าในจังหวัดไซตามะ มีห้างที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตั้งอยู่ ชื่อว่า AEON LakeTown ประกอบไปด้วย โซน Kaze, Mori และ LakeTown Outlet บนพื้นที่กว้างถึง 224,000 ตร.ม. สนุกได้ทั้งครอบครัว มีทุกสิ่งให้เลือกสรร แถมยังเดินทางมาได้สะดวกสุดๆ เพราะมีสถานีรถไฟตั้งอยู่ติดกับห้างเลย >> เว็บไซต์

การเดินทางจากสถานี Kasukabe โดยสารรถไฟ Tobu Skytree Line Express ลงที่สถานี Shin-Koshigaya จากนั้นเดินมาที่สถานี Minami-Koshigaya เพื่อขึ้นรถไฟ JR สาย Musashino ลงทีสถานี Koshigaya-Laketown รวมใช้เวลาเดินทาง 30 นาที

การเดินทางจากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ JR Keihin-Tōhoku ลงที่สถานี Minami-Urawa จากนั้นต่อรถไฟ JR สาย Musashino ลงทีสถานี Koshigaya-Laketown รวมใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง

DSC07006

เป้าหมายของเราวันนี้อยู่ที่ LakeTown Outlet

DSC07009

นอกจากช้อปปิ้งแล้วที่นี่เราจะได้พบกับ ครอบครัวซิลเวเนียน (Sylvanian Families) ด้วย

DSC07014

ครอบครับซิลเวเนียน (Sylvanian Families) ถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีค.ศ.1985 และไปโด่งดังทั่วโลกโดยเฉพาะในแถบประเทศยุโรปมานานกว่า 30 ปีมาแล้ว และเข้าสู่ประเทศไทยบ้านเราเมื่อปีค.ศ.1995 ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มทาเก็ตหลักคือคุณหนูเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบนั่นเอง >> เว็บไซต์

ในโซน Sylvanian Street จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆคือ ห้อง Play room (Asobi no heya) ที่คุณหนูๆจะได้เล่นกับครอบครัวซิลเวเนียนได้อย่างใกล้ชิด มีค่าเข้า 500 เยน เล่นได้ 1 ชั่วโมง

DSC07019

มีคอลเลคชั่นน่ารักๆมากมาย แค่นั่งมองก็เพลินแล้ว

DSC07020

DSC07024

และอีกส่วนคือห้องอาหาร Forest Kitchen (Mori no kitchen)

DSC07035

บรรยากาศด้านในร้าน มีมุมของของเล่นในราคาลดพิเศษด้วย

DSC07036

สั่งอาหารได้ตามใจชอบ กับเมนูยอดนิยมอย่างข้าวห่อไข่ออมไรซ์ และเมนูสปาเก็ตตี้ต่างๆ และมีมุมบุฟเฟ่ต์ให้ด้วย

DSC07044

นอกจากนี้ยังมีโชว์น่ารักๆจากครอบครัวซิลเวเนียนด้วยนะ คุณหนูๆที่อยากจะฉลองวันเกิดเค้าก็มีโปรแกรมพิเศษจัดให้ด้วย

DSC07054

แล้วมาพบกันนะ~

DSC07057