ต่อเนื่องจากรีวิวตอนแรก ที่พาไปตะลุยคันไซ ขึ้นไปทางตอนเหนือของเกียวโต เพื่อไปชมความสวยงามของ จุดชมวิวอะมะโนะฮะชิดะเตะ (Amanohashidate) และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนอย่าง หมู่บ้านชาวประมงเมืองอิเนะ (Ine) อ่านรีวิวได้ >> ตะลุยคันไซ ปลายหนาวต้นผลิ ตอน 1

day 2-1

เช้าของวันที่ 2 เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ จังหวัดวาคายามะ (Wakayama) เพื่อสักการะ ศาลเจ้าอะวะชิมะ (Awashima Jinja) ตั้งอยู่ริมชายทะเล มีชื่อเสียงในเรื่องของการขอพรเพื่อให้เกิดความโชคดีต่อบุตรและช่วยให้คลอดบุตรง่าย

9

มองจากด้านหน้าของศาลเจ้าเข้าไปจะพบกับบรรดาตุ๊กตามากมายตั้งเรียงรายกันนับหมื่นตัว

day 2-2

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเต็มไปด้วย คูโยมากกว่า 20,000 ตัว เป็นสถานที่ตั้งของเหล่าบรรดาตุ๊กตาและเข็มเย็บผ้า ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าตุ้กตาและเข็มเย็บผ้านั้นมีชีวิต เมื่อเสียหายหรือไม่ได้ใช้งานแล้วก็จะนำมาไว้ที่นี่เพื่อที่ทางศาลเจ้าจะทำพิธีในช่วงเดือนมีนาคมและนำไปลอยทะเลต่อไป มี

day 2-3

มีชาวบ้านเล่ากันว่าบรรดาตุ๊กตามากมายของที่นี่นั้นผมสามารถงอกขึ้นมาได้

day 2-4

กองทัพของเจ้าทานุกิ สัตว์ในนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้

day 2-5

รับประทานอาหารกลางวันชื่อดังของเมืองที่ร้าน Shikinoaji Chihiro เมนูเซ็ทซาชิมิและชาบูชาบูปลาปั๊กเป้า ซึ่งเชฟที่ทำต้องมีความชำนาญในการแล่ปลาอย่างมาก เพื่อเอาส่วนที่มีพิษของปลาปั๊กเป้าออก

11

สำหรับรสชาดนั้นเรียกได้ว่าอร่อยมากเนื้อปลามีความเหนียวหนึบคล้ายกับทานปลาหมึก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เสริฟพร้อมเซทซาชิมิ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA


ในการเดินทางนั้น สิ่งจำเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันก็คือ พ็อคเกตไวไฟของWi-Ho” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยความที่เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่ไว้วางใจได้ นำเสนอโดย Telecom Square บริษัทญี่ปุ่นผู้บุกเบิกในด้าน “Mobile x Global” มามากกว่า 20 ปี มั่นใจได้การบริการการสื่อสารคุณภาพสูงสุดซึ่งใช้สายเชื่อมต่อท้องถิ่นด้วย ทำการจองได้ >> ที่นี่ <<

WIHO


ต่อมาเราเดินทางไปที่ สถานีรถไฟ Idakiso โดยสารรถไฟขบวน โอโมะเดนฉะ (Omodensha) รถไฟที่เต็มไปด้วยของเล่นสีแดง โดยมุ่งหน้าไปลงรถไฟที่ สถานี Kishi เพื่อพบกับเจ้า นิทามะแมวนายสถานีที่เพิ่งจะมารับตำแหน่งแทนเจ้าทามะจัง แมวนายสถานีชื่อดังที่จากไปเมื่อ 2 ปีก่อน

ในอดีตสถานที่เที่ยวแห่งนี้ เป็นเพียงสถานีรถไฟท้องถิ่นของสายคิชิกาวา มีระยะสั้นๆเพียงแค่ 14 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร ต่อมาชาวบ้านจึงช่วยกันพัฒนาให้เป็นที่รู้จักและทำสำเร็จโด่งดังไปทั่วโลก จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชมความน่ารักของเจ้าทามะจังกันอย่างมากมาย ช่วยสร้างรายได้และพัฒนาการท่องเที่ยวให้กับเมืองนี้เป็นอย่างมาก

สินค้าที่ระลึกถึงเจ้าทามะจังมีจำหน่ายที่สถานี Idakiso

15

โดยสารรถไฟ ขบวนของเล่น โอโมะเดนฉะ (Omodensha)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ภายในขบวนรถไฟฟ้าสายโอโมะเดนฉะ (Omodencha)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

day 2-6

เดินทางมาถึงสถานี Kishi เพื่อพบกับนายสถานีขวัญใจมหาชนตัวใหม่ “เจ้านิทามะ”

day 2-7

นิทามะ (Niitama) ปัจจุบันอายุ 5 ปี เกิดในเมืองโอะคะยะมะ (Okayama) ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเมืองวะคะยะมะ ประมาณ 250 กิโลเมตร และถูกรับมาเลี้ยงโดยเจ้าหน้าที่จาก Okayama Electric Tramway ซึ่งไปพบเจ้านิทามะขณะหลบอยู่ใต้ท้องรถในวันฝนตก ภายในขบวนรถไฟฟ้าสายโอโมะเดนฉะ ขบวนที่เราขึ้นมานั่นเอง

16

ใครที่สนใจอยากจะไปพบความน่ารักของ นิทามะ สามารถตั้งต้นการเดินทางจากสถานี Wakayama ชานชาลาที่ 9 ไปยังสถานีสุดท้ายซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที ลงที่ สถานี Kishi บอกกันนิดนึง เจ้านิทามะจะอยู่ประจำสถานีตั้งแต่ 10โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็นและมีวันหยุดทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี สามารถเช็คตารางการอยู่เวรของเจ้านิทามะได้ที่ >> Wakayama Dentetsu

day 2-8


นอกจากนี้ จังหวัดวาคายามะยังมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตอเบอร์รี่ ผลไม้ชื่อดังของเมือง เราได้ไปทดลองเก็บสตอเบอร์รี่ พันธุ์คาโอริโนะ เป็นพันธุ์ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานอร่อยที่ Sakura Farm

การเดินทาง: นั่งรถไฟย้อนกลับมาเพียงหนึ่งสถานีลงที่สถานี Kanrojimae แล้วเดินมาอีกประมาณ 10 นาที

โดยสามารถทานเท่าไหร่ก็ได้แต่ไม่สามารถนำกลับบ้านนะครับ สนนราคาท่านละ 2,000 เยนภายในเวลา 45 นาที สำหรับใครที่สนใจสามารถโทรจองคิวเข้าชิมสตอเบอรี่ล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0736-64-9147

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โดยช่วงที่เราไปถึงนั้นสตอเบอรี่เพิ่งจะออกเป็นรุ่นแรกๆของปี ดังนั้นบางต้นก็ยังไม่ค่อยจะสุกเต็มที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หน้าตาของสตอเบอรี่สายพันธุ์คาโอริโนะเป็นพันธุ์ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานอร่อย

19

สำหรับตอนหน้าเรายังจะพาไปท่องเที่ยวกันต่อในแถบคันไซ แต่จะไปที่ไหนกันบ้างติดตามอ่านได้ในรีวิวต่อไป รับรองว่าไม่ซ้ำใครแน่นอนครับ…


ทริปในครั้งนี้เราตั้งใจเดินทางไปเที่ยวยังภูมิภาคคันไซ เนื่องจากเห็นว่ามีโปรโมชั่นคุ้มๆของการบินไทย แพ็คเกจ Osaka Free & Easy จาก Royal Orchid Holiday ประกอบด้วย บัตรโดยสารไปกลับชั้นประหยัดโดยสายการบินไทย เส้นทางกรุงเทพฯ – โอซาก้า และ ที่พัก วัน คืน

โดยที่พักจะเป็นโรงแรม Karaksa Hotel ทั้งสาขาโอซาก้าชินไซบาชิและเกียวโต สามารถเลือกจำนวนคืนที่จะเข้าพักได้ด้วยตัวเอง และเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยบริการรถ Shuttle Bus รับส่งระหว่างโรงแรมและสนามบินคันไซ ในราคาเริ่มต้นเพียง 25,600 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียดที่นี่ >> Osaka Free & Easy

อ่านรีวิวที่พักที่นี่ >> Karaksa Hotel สาขา Kyoto และ สาขา Osaka Shinsaibashi

ROH Kyoto Osaka in your style banner